ด้วยเหตุนี้การถอนฟ้องตวนหลิงเทียนก็เสมือนกับเสียเปล่า
“ผู้ใดจะไปทราบว่าต้วนหลิงเทียนจะถูกเปิดโปงเรื่องถือครองยอดศาสตราเซียนถึง 2 ชิ้นออกมาแบบนี้”
ได้ยินคำของปู้หง สีหน้าหลูเถี่ยก็อัปลักษณ์ปั้นยากเช่นกัน “อย่างไรก็ตามด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ จะถอนฟ้องหรือยังฟ้องก็มิได้มีใดแตกต่างกันมากนัก เพราะจะฟ้องหรือไม่ฟ้องก็มิมีผลอะไรกับต้วนหลิงเทียนเลย…เจ้าคิดว่าด้วยสถานการณ์อย่างตอนนี้มันยังจะกล้าย้อนกลับมาลัทธิบูชาไฟหรือไม่?”
“มันไหนเลยจะไม่รู้ว่าหากย้อนกลับมาลัทธิบูชาไฟ คิดรักษายอดศาสตราเซียนทั้ง 2 ก็เป็นไปไม่ได้แล้ว…ยอดศาสตราเซียนต้องเปลี่ยนเจ้าของแน่ ดังนั้นข้าจึงกล่าวได้เลยว่ามันไม่ย้อนกลับมาลัทธิบูชาไฟแน่!”
วาจาของหลูเถี่ยมีเหตุผลรองรับชัดเจน
ได้ยินดังกล่าว ปู้หงก็เงียบไปพักหนึ่ง ไม่นานใจมันก็เห็นด้วยกับคำของอาจารย์
ณ หอคุมกฏของลัทธิบูชาไฟ
“ท่านพ่อ!”
ทันทีที่ได้รู้อีกตัวตนของต้วนหลิงเทียน รวมถึงรับทราบข่าวเรื่องต้วนหลิงเทียนสมควรถือครองยอดศาสตราเซียนไว้กับตัวถึง 2 ชิ้น ต่งหลินก็รีบแจ้นมาหาบิดาทันที
รองจ้าวหอคุมกฏ ต่งหยวนจิ้น!
“เจ้ามาที่นี่เพราะต้วนหลิงเทียนนั่นหรือ?”
ต่งหยวนจิ้นพอเห็นต่งหลินก็เปิดประตูเห็นภูผากล่าวถามออกมาทันที
“ท่านพ่อเองก็ได้ยินเรื่องนี้แล้ว?”
ต่งหลินพยักหน้า ค่อยถามต่อ
“มิผิด”