“หึ! เฒ่าเซี่ย…เจ้าอย่าได้เสแสร้งอีกเลย…เจ้าไม่รู้จริงๆว่าพวกเรามาทำไม?”
ชายวัยกลางคน 1 ใน 5 พ่นลมเสียงเย็น คิ้วขมวดเป็นปมกล่าวถาม
อีก 4 คนก็มองจ้องจ้าววราชสีห์ขนทอง เซี่ยคังฉวิน ไม่วางตา ในแวววตายังเผยความคาดหวังไม่น้อย
“ข้าสามารถรับรองกับทุกท่านได้ตรงนี้ว่าตราผนึกมารนั้นอยู่กับตัวเซวี่ยจงลูกชายข้าจริงๆ…สำหรับกระบี่ไร้ลักษณ์นั้นข้ามิอาจมั่นใจได้เต็มสิบส่วน เพราะข้าก็มิอาจกล่าวได้เต็มปากว่านั่นเป็นกระบี่ไร้ลักษณ์จริงๆ…”
เซี่ยคังฉวินรู้ตัวดีวว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาออมพะนำ เลือกเปิดประตูเห็นภาผากล่าวออก “ทว่าฉากเรื่องราวจากยันต์กระจกเงาแม่ที่ข้าได้รับมา ช่วงเวลาสุดท้ายก่อนที่ต้วนหลิงเทียนจะฆ่าลูกชายข้ามันชัดเจนนัก…”
“ลูกข้าได้หยิบยันต์เต๋าปฐมอัสนีเซียนม่วงออกมา กระทั่งซัดใส่ต้วนหลิงเทียนและกำลังจะเปิดใช้งานยันต์เพื่อฆ่าต้วนหลิงเทียน…”
กล่าวถึงจุดนี้เสียงของเซี่ยคังฉวินก็เงียบลง
“ยันต์ปฐมอัสนีเซียนม่วง? เฒ่าเซี่ยเจ้านับว่าลงทุนเพื่อบุตรชายของเจ้าไม่น้อย…ถึงกับมอบยันต์ปฐมอัสนีเซียนม่วงให้มันเก็บไว้เชียว?!”
ชายวัยกลางคนย่นคิ้ว กล่าวออกด้วยความประหลาดใจไม่น้อย
“อย่างไรก็เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของข้า…ข้าย่อมไม่ตระหนี่เป็นธรรมดา”
เซี่ยคังฉวินกล่าวตอบเสียงเบา
หลังจากกล่าวคำเสียงเบานี้ออกมา สีหน้าของเซี่ยคังฉวินก็มืดดำปานจะคั้นได้เป็นน้ำหมึก
ลูกชายคนเดียวของมันพึ่งตาย!