เรียกว่าพอนึกถึงโทสะก็ปะทุขึ้นมาท่วมท้นในใจ ทั่วร่างปรากฏมวลพลังขุมหนึ่งแผ่พุ่งออกมาอย่างเกรี้ยวกราด จนเส้นผมคนเคราตั้งฟู
ตอนนี้ท่าทางของเซี่ยคังฉวินราวกับราชสห์ที่กำลังพิโรธก็ไม่ปาน!
แถมผมของมันยังเป็นสีทองอ่อนๆ ทำให้ยิ่งดูเหมือนสิงโตทองไปกันใหญ่
แน่นอนว่านาม จ้าวราชสีห์ขนทองก็มาจากเรื่องนี้เอง
“ในขณะที่ลูกชายข้ากำลังจะเปิดใช้งานยันต์ปฐมอัสนีเซียนม่วงเพื่อฆ่าต้วนหลิงเทียนนั้น…ต้วนหลิงเทียนมันก็ชิงลงมือก่อน การลงมือของมันยังฉับไว ใช้ออกด้วยกระบี่สังหารที่ว่องไวนัก!”
เซี่ยคังฉวินกล่าวสืบต่อ “ตั้งแต่ต้นจนขบลูกชายข้าไม่ทันได้ตอบสนองอันใด กระทั่งไม่อาจเปิดใช้ยันต์ปฐมอัสนีเซียนม่วงได้ทัน…กระบี่ของมันรวดเร็วเกินไป ยังรวดเร็วเสียจน ราวกับมันหายไปอย่างไร้ร่องรอย”
“พลังอำนาจจากกระบี่มันที่ข้าแลเห็น เกรงว่ากระบี่พันอาคมเซียนทั้งมวล หากนำมาเทียบกับกระบี่เล่มนี้ก็ไม่ต่างอันใดกับเศษเหล็ก!”
วาจาท้ายประโยคของเซี่ยคังฉวินยามกล่าว ในน้ำเสียงยังเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“กระบี่…หายไปอย่างไร้ร่องรอย?”
สิ้นคำเซี่ยคังฉวิน ใจของร่างทั้ง 5 อดไม่ได้ที่จะสั่นไหว ชายหนุ่มคนหนึ่งยังกล่าววพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อ
อีกลูกตาของชายวัยหนุ่มคนดังกล่าวพลันส่องสว่างขึ้นมาทันใด มองไปยังเหมือนดวงดาวในฟ้ายามค่ำคืน “ฟังจากที่จ้าวราชสีห์เซี่ยกล่าว…หรือกระบี่ที่ต้วนหลิงเทียนผู้นั้นใช้จะเป้นกระบี่ไร้ลักษณ์?”