“หากรากวิญญาณของข้าไม่ถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของต้วนหลิงเทียน…เรื่องนี้ข้าไม่มีวันแพร่งพรายออกไปแน่! เพราะตราบใดที่ข้ามีพลังฝีมือเหนือมัน ข้าจักได้ท้ามันขึ้นสังเวียนเป็นตาย คราวนี้ก็จักได้รับกระบี่หมื่นอาคมเซียนนั่นมาเป็นของตัวเอง…”
พึมพำกล่าวถึงตรงนี้สองตาปู้หงก็ฉายประกายน่ากลัวออกมา
“ทว่าตอนนี้…พรสววรรค์รากวิญญาณข้าถูกทำลายไปแล้ว ชาตินี้ข้าไม่มีวันไล่ตามมันได้ทันอีก”
“เช่นนั้นข้าก็ไม่จำเป็นต้องปกปิดเรื่องนี้…แต่จะไปบอกอาจารย์คนเดียว หรือกระจายไปให้ทั่วดี?”
พึมพำถึงจุดนี้ปู้หงก็ฉายความลังเลออกมา
“หากข้าเอาไปบอกอาจารย์ คนอย่างอาจารย์ไม่มีวันแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปแน่…จะอย่างไรนั่นมันก็กระบี่หมื่นอาคมเซียน ยอดศาสตราที่ติดอันดับ 1 ใน 10 รายนามศาสตราเซียนผู้ยิ่งใหญ่ ต่อให้เป็นอาจารย์ก็ย่อมอยากได้มาครอบครองไว้ในมือ…”
ธรรมชาติของมนุษย์นั้นมีความเห็นแก่ตัว
ปู้หงย่อมรู้เรื่องนี้ดี
มันมั่นใจได้เลย
หากบอกข่าวเรื่องนี้กับอาจารย์ของมันจ้าวแท่นบูชามังกรครามล่ะก็
อาจารย์ของมันไม่มีวันกล่าวเรื่องนี้ออกไป และยังจะห้ามไม่ให้มันแพร่งพรายเรื่องราวออกไปอีกด้วย
ยอดศาสตราเซียน…ไม่ว่าผู้ใดล้วนอยากถือครอง!
“ช่างเถอะ…เพียงบอกเรื่องนี้กับท่านอาจารย์ก็พอ อย่างไรก็ตามด้วยพลังฝีมือของอาจารย์คิดฆ่าต้วนหลิงเทียนแย่งชิงกระบี่หมื่นอาคมเซียนมาย่อมไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร นั่นก็เหมือนกับล้างแค้นให้ข้าแล้ว”