ในไม่ช้า ปู้หง ก็สามารถตัดสินใจได้
มันเลือกจะแจ้งให้อาจารย์ได้รู้ ว่าต้วนหลิงเทียนมีกระบี่หมื่นอาคมเซียนไว้ในครอบครอง
‘หากท่านอาจารย์ได้กระบี่นั่นมาครองจริงๆ วันหน้าท่านอาจารย์ต้องรู้สึกติดค้างข้าแน่…หลังจากนั้นท่านอาจารย์ย่อมนึกถึงข้าทุกครั้งยามเห็นกระบี่!’
ปูหงลอบกล่าวในใจ
สำหรับปู้หงแล้ว ขอแค่ต้วนหลิงเทียนตายอนาถก็พอ ไม่สำคัญว่าใครเป็นคนฆ่า
และหากผู้ลงมือเป็นอาจารย์ของมันเช่นนั้นก็เหมือน ‘น้ำปุ๋ยอันอุดมไม่ไหลเข้าที่นาผู้อื่น’ จึงมีแต่ประโยชน์ไม่มีโทษต่อมัน
(น้ำปุ๋ยอันอุดมไม่ไหลเข้าที่นาผู้อื่น = เรือล่มในหนองแล้วทองจะไปไหน)
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ปู้หง ก็เร่งไปหาอาจารย์ของมันทันที
“ท่านอาจารย์”
ปู้หงไปหาอาจารย์ที่สวนด้านหลังทันที
และอาจารย์ของมัน จ้าวแท่นบูชามังกรคราม หลูเถี่ย ก็กำลังตัดแต่งต้นไม้อยู่
เมื่อได้ยินเสียงเรียกของปู้หง มันก็หยุดมือทันที ค่อยหันกลับมามองถามปู้หง “หงเอ๋อ เจ้ามีอันใดหรือ?”
ความสงสัยฉายขึ้นบนใบหน้าหลูเถี่ย
ศิษย์เอกของมันคนนี้ตั้งแต่ที่ได้รับทราบว่าต้วนหลิงเทียนสมควรลอบออกจากลัทธิบูชาไฟอย่างเงียบๆเมื่อวันก่อน อีกฝ่ายก็เอาแต่ปิดประตูไม่รับแขกอยู่ในบ้าน
วันนี้เพื่อไม่ให้ปู้หงอุดอู้มันยังส่งรายนามยอดเซียนฉบับล่าสุดไปให้ปู้หง
คาดไม่ถึงจริงๆว่าไม่ทันไร ปู้หง ก็ยอมออกจากบ้านแล้ว
“ท่านอาจารย์ ข้าพึ่งนึกถึงเรื่องราวสำคัญได้ออก!”