“ยามนี้พรสวรรค์รากวิญญาณสีน้ำเงินเข้มของเจ้ามาถึงจุดอิ่มตัวถึงขีดสุดแล้วจริงๆ…หลังจากนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นรากวิญญาณสีเขียวขอแค่เป็นรากวิญญาณสีเหลือง หากเจ้ากลืนกินได้…ก็มากพอจะทำให้พรสวรรค์รากวิญญาณของเจ้ากลายเป็นสีครามอย่างเป็นทางการ!”
ทว่าวาจาต่อมาของผู้เฒ่าหั่วทำให้ความผิดหวังของต้วนหลิงเทียนมลายหายไปทันที
“แบบนี้นี่เอง…ยังไงก็สามารถเปลี่ยนสีครามได้อยู่ดี แค่ช้าลงเล็กน้อยเท่านั้น”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวปลอบตัวเองในใจ
หลังดึงสติกลับมาเขาก็เร่งสะบัดมือใช้พลังดูดรั้งแหวนพื้นที่ๆปลิวกระเด็นไปไกลให้กลับมาทันที ก่อนที่จะเหินร่างจากไป ไม่คิดอยู่รอผู้ฝึกตนพเนจรถามอะไรทั้งสิ้น
พริบตาแผ่นหลังของต้วนหลิงเทียนก็หายไปจากสายตากลุ่มผู้ฝึกตนพเนจรที่เหินติดตามมาด้านหลัง
สำหรับผู้ฝึกตนพเนจรแล้วแน่นอนว่าต่อให้ต้วนหลิงเทียนหายไปอย่างไร้ร่องรอย แต่พวกมันก็ยังจดจำเรื่องราวครั้งนี้ไว้อย่างดี
เป็นธรรมดาที่พวกมันจะไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของต้วนหลิงเทียน
ต่างรับรู้กันแค่ว่าต้วนหลิงเทียนเป็นศิษย์ที่แท้จริงของลัทธิบูชาไฟ ปู้หง อันดับที่ 2 ในบรรดาอัจฉริยะท้าทายสวรรค์ทั้ง 8!
“เจียวถู…พึ่งตกตายไปง่ายดายเช่นนี้?”
สีหน้าผู้ฝึกตนพเนจรทั้งหลายแยความหวาดกลัวทั้งเลื่อนลอยกันอยู่บ้าง