เข้าไป นาศิลาอัคนีทมิฬออกมาดูด ซับพลังอัคคีฟื้นฟูกาย
ภาระบาดเจ็บนี้ทาให้นางไม่อาจต่อสู้ไปได้อีกหลายเดือน
“เราพ่ายเสียนี่!”
ใบหน้าของเฉินเจิ้นเผยเค้ากังวลวูบหนึ่ง
“รีบร ้อนไปไย มีข้าอยู่ที่นี่ จะพ่ายได้อย่างไร?” เด็กหนุ่มผมแดงผู้ หนึ่งกล่าวเบา ๆ
เฉินเจิ้นหันมองเด็กหนุ่ม ความกังวลบนใบหน้าเลือนหาย นั่นสิ มีเด็กหนุ่มผู้นี้อยู่ จะพ่ายได้อย่างไร
“หนนี้ข้าไปเอง!”
เด็กหนุ่มร่างสูงหกฉื่อครึ่งผู้หนึ่งก้าวออกมายังสมรภูมิด้วยฝีเท้า หนักอึ้ง เผยปราณโลหิตทรงพลังเยี่ยงเตาหลอม
“หนนี้ข้าเอง”
สีหน้าของจินหลินเคร่งขรึมเป็ นอย่างยิ่ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ ายเป็ นผู้ ฝึกกายา เขาก็พร ้อมก้าวออกไป
คนกลุ่มนี้แข็งแกร่งมาก ไม่รู ้ว่าเจ้าคนร่างสูงใหญ่นี่จะเป็ นสัตว์ ประหลาดประเภทไหน เขาต้องสละเลือดทันที มิใช่เพื่อโค่นล้ม แต่ เพื่อให้อีกฝ่ายเสียสมรรถนะต่อสู้และลากการต่อสู้ให้ยืดยาว
ขณะที่จินหลินกาลังจะลงมือ หนึ่งเสียงตะโกนพลันดังขึ้นจากบน ฟ้ า
“เจ้าแคว้น ข้าพาคนมาแล้วขอรับ!”
ผู้คนมองขึ้นตามเสียงอย่างงุนงง
แล้วก็พบผู้ฝึกตนคนหนึ่งยกตัวชายในชุดเกราะยืนอยู่
ขณะที่คนอื่น ๆ สับสน สีหน้าของเจียงผิงอันและเมิ่งจิง แปรเปลี่ยนอย่างมหันต์
“ท่านอาเมิ่ง!”
“ท่านพ่อ!!”
ผู้ที่ถูกจับตัวไว้ มิใช่ใครอื่นนอกจากเมิ่งโค่ว!
ทุกคนในต้าเซี่ยหัวใจสะท้าน
จบสิ้นแล้ว เกิดเรื่องแล้ว
“ฮ่า ๆ” เฉินเจิ้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะหันไปกล่าวกับเจีย