หลังสตรีในชุดแดงเพลิงปรากฏตัวได้ไม่นาน นางก็เร่งกล่าวคำทักทายสตรีงามที่เรียกหาด้วยความเคารพออกมาทันที
เสียงของนางช่างไพเราะเพราะพริ้งน่าฟังนัก ราวกับมีเสน่ห์ยวนใจอันไร้สิ้นสุด
อีกทั้งรูปร่างของนางก็สมบูรณ์แบบเหลือเกิน พาลให้ผู้คนทั้งหลายอยากพุ่งเข้าไปโอบกอดนางสักคราด้วยอดใจไม่ไหว
สตรีในชุดแดงเพลิงผู้นี้ยังมีเส้นผมสีดำสนิท เรือนผมยาวสลวยส่วนน้อยปรกไหล่ที่เหลือก็ทิ้งตัวทอดยาวลงไปยังแผ่นหลังปานม่านน้ำตก
นอกจากเรือนผมยาวสลวยแล้ว ใบหน้าของนางยังแต้งแต้มไปด้วยคิ้วคู่งามพร้อมดวงตาเผยประกายดั่งสารทฤดู จมูกเข้ารูปริมฝีปากแดงกระชับ ยามแย้มยิ้มเผยฟันขาว มองแล้วราวกับธรรมชาติรังสรรค์มาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ประหนึ่งนางฟ้าที่ร่วงหล่นมายังแดนดิน
หากต้วนหลิงเทียนมาอยู่ที่นี่คงจดจำได้ทันที
สตรีในชุดแดงเพลิงที่ดูราวกับเทพธิดาอัคคีผู้นี้ไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นเฟิ่งเทียนหวู่นั่นเอง!
“สาวน้อย เจ้าผ่านกระบวนการนิพพานในดินแดนแห่งนิพพานของเผ่าพันธุ์หงส์ฟ้าเราเรียบร้อยแล้ว…เช่นนั้นเจ้าเองก็คงรู้ดีว่าถึงเวลาต้องไปแล้วใช่หรือไม่?”
สตรีงามกล่าวออกมาพร้อมทอดถอนใจเบาๆ
“ท่านแม่หมอ ท่านอาจารย์ลุงพยากรณ์มาถึงแล้วหรือ?”
เฟิ่งเทียนหวู่พอได้ยินคำของสตรีงามเบื้องหน้า ก็กล่าวคาดเดาเรื่องนี้ออกมาทันที