ด้วยพลังเซียนสุริยันที่ถูกยกระดับด้วยเวทย์พลังอย่างปฐมเวทย์กลืนกิน พร้อมกระบี่นิลสวรรค์ เขาเพียงฟันกระบี่ออกไปธรรมดาๆ ก็สามารถฟันทำลายดาบร้อยอาคมเซียนในมือหวังยี่ฝัวให้หักขาด 2 ท่อนได้ง่ายดาย
ต่อหน้ากกระบี่นิลสวรรค์แล้ว ดาบร้อยอาคมเซียนก็เปราะบางราวเต้าหู้!
เรื่องนี้สามารถเห็นได้ชัดเจนจากฉากเมื่อครู่
กระบี่ร้อยอาคมเซียนนั้นฟันดาบร้อยอาคมเซียนให้ขาดกลางได้ราวกับไร้แรงต้าน ปานหั่นเต้าหู้!
ภายใต้สายตาสายตาหวาดระแวงทั้งขลาดกลัวของหวังยี่ฝัว ต้วนหลิงเทียนก็นั่งลงอย่างไม่เกรงใจ
หลังจากนั่งลงไปแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็เด็ดองุ่นในจานเบื้องหน้ามาเอาเข้าปาก หลังเคี้ยวอยู่ไม่กี่ทีก็คายเมล็ดองุ่นออกมา “องุ่นนี่อร่อยดีนี่นา”
“หากใต้เท้าชมชอบ ครั้งหน้าข้าจักขอให้ทางหอเมฆมรกตเตรียมไว้ให้ใต้เท้าให้มาก”
ได้ยินวาจาของต้วนหลิงเทียน หวังยี่ฝัวก็ยิ้มกล่าวออกมาด้วยท่าทางเรียบๆร้อยๆ
เทียบกับหวังยี่ฝัวตอนเร่งเร้าพลังสภาวะจนดุดันเหี้ยมหาญก่อนหน้า กับหวังยี่ฝัวที่แลดูเรียบร้อยเชื่อฟังตอนนี้แล้ว…มันช่างแตกต่างกันราวกับคนละคน!
เหตุผลที่ไฉนก่อนและหลังต้วนหลิงเทียนลงมือ หวังยี่ฝัวถึงมีท่าทีเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือแบบนี้ ย่อมเป็นเพราะมันตระหนักถึงพลังฝีมือต้วนหลิงเทียนเป็นธรรมดา!
ตอนแรกมันไม่รู้ว่าต้วนหลิงเทียนมีพลังฝีมือเหนือมัน