ทว่ามาตอนนี้มันตระหนักได้แล้วว่าต้วนหลิงเทียนไม่เพียงแต่แข็งแกร่งกว่ามัน ยังแข็งแกร่งมากพอจะฆ่ามันได้ในชั่วพริบตา!
ไม่ต้องกล่าวอะไรให้มาก
เมื่อครู่หากเป้าหมายการฟันของกระบี่ไวอันเหลือเชื่อนั่นไม่ใช่ดาบร้อยอาคมเซียนแต่เป็นลำคอของมัน เกรงว่าคอมันคงได้ถูกปลิดปลงไปง่ายดายราวปลิดขั้วแตงสุก
นึกถึงกระบี่เมื่อครู่อีกครั้ง ร่างหวังยี่ฝัวยังสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
“นั่งสิ”
ต้วนหลิงเทียนมองหวังยี่ฝัว บอกให้มันนั่งลง
อย่างไรก็ตามหวังยี่ฝัวที่ตอนนี้ได้รับทราบพลังฝีมือต้วนหลิงเทียนแล้ว ไหนเลยจะกล้านั่งลงตรงหน้าให้เป็นการตีตัวเสมอต้วนหลิงเทียนอยู่อีก? มันรีบกล่าวออกมาอย่างสุภาพนอบน้อม “ใต้เท้าข้าน้อยไม่กล้าตีตัวเสมอท่าน ให้ข้ายืนเช่นนี้เถอะ”
หวังยี่ฝัวไม่อยากนั่ง ก็เป็นธรรมดาที่เขาคร้านจะบังคับ เลือกล่าวออกมาตรงๆว่า “ที่ข้ามาหาเจ้าวันนี้ เพราะคิดจะถามเรื่องราวอะไรบางอย่างจากเจ้า”
“มิทราบใต้เท้าอยากรู้เรื่องใด หากข้าน้อยล่วงรู้จักบอกท่านทั้งหมดไม่คิดปิดบัง!”
พอได้ยินเป้าหมายการมาของต้วนหลิงเทียน หวังยี่ฝัวอดไม่ได้ที่จะระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ตอนแรกมันยังกังวลจนขวัญหนีดีฝ่อ ด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะมาหาเรื่องมันโดยเฉพาะ และจากพลังฝีมืออีกฝ่ายคิดฆ่ามันก็คงลำบากแค่ยกมือ! พริบตามันก็ไปเยือนเมืองผีแล้ว!!
“ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเคยอยู่ในนครแห่งบาปมาพักหนึ่งงั้นหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวถาม