“ใช่แล้วใต้เท้า”
แม้มันจะสงสัยไม่น้อยว่าต้วนหลิงเทียนจะถามเรื่องนี้ทำไม แต่หวังยี่ฝัวก็พยักหน้าตอบคำไปตามตรง เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับอะไรเลย ผู้คนส่วนใหญ่ของเมืองคงหมิงก็รู้กันหมด
กระทั่งตัวมันเองยังเอาเรื่องนี้มา ‘อวด’ ผู้อื่นบ่อยครั้งด้วยซ้ำ
เพราะสุดท้ายแล้วนครแห่งบาปก็ไม่ใช่สถานที่ๆทุกคนจะกล้าเข้าไป
ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนขอบเขตเซียนสวรรค์ที่มีพลังฝีมือร้ายกาจ ก็ไม่อาจประมาทได้ยามอยู่นครแห่งบาป เพราะหากไม่ระวังเผลอไปล่วงเกินคนที่ไม่อาจล่วงเกินเข้าล่ะก็ คงได้ทิ้งร่างไร้วิญญาณนอนทอดกายที่นครแห่งบาปตลอดไป
“เล่าเรื่องราวนครแห่งบาปเท่าที่เจ้ารู้ออกมาให้ข้าฟัง”
ต้วนหลิงเทียนกล่าว
“ใต้เท้า…ท่านคิดไปนครแห่งบาปหรือ?”
สองตาหวังยี่ฝัวทอประกายเรืองวูบขึ้นมาด้วยความสงสัย
มันย่อมเห็นได้ชัดว่าชายหนุ่มเบื้องหน้า ไม่ได้ถามเรื่องนี้อย่างขอไปที แต่สมควรเพราะอยากไปที่นั่นจึงมาหาข้อมูล
“ที่ข้าถามเจ้าไม่ได้ยิน?”
ทว่าต้วนหลิงเทียนไม่เพียงเพิกเฉยไม่ตอบคำถามของหวังยี่ฝัว ยังย้อนถามออกมาด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์
เห็นท่าทีต้วนหลิงเทียนเปลี่ยนไปในฉับพลัน พาลให้หวังยี่ฝัวรู้สึกหนาวเหน็บจับใจ มันไม่กล้ารอช้าหรือถามซักไซ้อะไรอีกต่อไป เร่งกล่าวตอบออกมาอย่างร้อนรน “ขะ…ข้าจะเล่าเรื่องทั้งหมดของนครแห่งบาปให้ใต้เท้าฟัง…”
หลังจากนั้นหวังยี่ฝัวก็ค่อยๆเล่าเรื่องราวของนครแห่งบาปให้ต้วนหลิงเทียนฟังอย่างกล้าๆกลัวๆ