ว่านครแห่งบาปที่สามารถดึงดูดผู้ฝึกตนเพนจรได้ทั่วทุกสารทิศได้แบบนี้ คิดจะยืนหยัดอยู่ที่นั่นได้จำต้องมีเขี้ยวเล็บไม่น้อย
หาไม่แล้วใครยังอยากจะมาอุดอู้อยู่ในเมืองเล็กๆ ทำราวกับตั้งตัวเป็นไต้อ๋องแห่งขุนเขาแบบนี้….
และหากจะบอกว่าหวังยี่ฝัวมาลงหลักปักฐานที่เมืองเล็กๆนี่เพราะคิดเสพย์สุขอย่างเดียวก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะอย่างไรน้ำไหลลงที่ต่ำ คนขวนขวายหมายปีนขึ้นที่สูง
“ย่อมมิใช่เช่นนั้น”
ได้ยินคำถามนี้ของต้วนหลิงเทียน หวังยี่ฝัวก็ระบายลมหายใจออกมาอย่างทอดถอน กล่าวออกด้วยน้ำเสียงอับจนไร้หนทาง “เป็นเพราะข้าได้ล่วงเกินคนผู้หนึ่งในนครแห่งบาป…และเบื้องหลังคนผู้นั้นก็มีกองกำลังสนับสนุนอยู่ ทำให้ข้าต้องหนีจากนครแห่งบาปมาอย่างไม่เต็มใจ…แม้เมืองคงหมิงแห่งนี้จะดีและทำให้ข้าใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข แต่หากไม่ไร้หนทางไหนเลยข้าจะเลือกอยู่ในที่ๆมิอาจทำให้ข้าก้าวหน้า ยากยกระดับพลังฝึกปรือได้เช่นนี้…”
“ฟังจากที่เจ้าว่า…หรือสภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะของนครแห่งบาปนั่นมันดีกว่าเมืองคงหมิงแห่งนี้มาก?”
ได้ยินคำของหวังยี่ฝัวต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะสงสัย
“มิใช่แค่สภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะหรอกใต้เท้า…”
หวังยี่ฝัวส่ายหัวไปมา ค่อยกล่าวสืบต่อด้วยสองตาทอประกายวูบวาบ “มีผลประโยชน์มากมายในนครแห่งบาป ข้าเองก็มิรู้จะอธิบายให้ท่านทราบอย่างไรดี…เอาเป็นว่าหากใต้เท้าไปถึงที่นั่นท่านย่อมทราบได้ด้วยตัวเองทันที”