แม้หวังยี่ฝัวจะทำราวกับ ‘ขายใบตราส่งของ’ แต่ต้วนหลิงเทียนก็ไม่ถามอะไรมันเพิ่ม
(ขายใบตราส่งของ = อุบไว้ไม่ยอมเล่าเรื่อง ,อุบเรื่องที่สำคัญที่สุดเอาไว้ แล้วปล่อยให้อีกฝ่ายเฝ้ารออย่างกระวนกระวายใจ / มาจากสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ ที่จะรู้ว่าของเป็นอะไรก็ต้องเอาใบตราส่งของไปเบิกที่เมืองหลวงเท่านั้น)
เพราะเขาเองก็กำลังจะเดินทางไปนครแห่งบาปอยู่แล้ว
“ขอบคุณมากผู้นำหวัง…”
หลังได้รับทราบเรื่องราวที่อยากรู้จากหวังยี่ฝัวแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็ลุกขึ้นยืนเตรียมตัวจากไปทันที และก่อนที่จะไปเขาก็ไม่ลืมขอบคุณหวังยี่ฝัวอีกด้วย
“ใต้เท้าเกรงใจไปแล้ว”
ได้รับคำขอบคุณจากต้วนหลิงเทียนแบบนี้ หวังยี่ฝัวรู้สึกยินดีไม่น้อย
หลังจากนั้นภายใต้สายตาที่มองไปด้วยความยำเกรงของหวังยี่ฝัว แผ่นหลังไวๆต้วนหลิงเทียนที่รีบร้อนจากไปก็หายลับไปจากสายตาของหวังยี่ฝัว
“ให้ตายเถอะ ที่แท้มันเป็นผู้ใดในใต้หล้ากันแน่…”
ต้วนหลิงเทียนจากไปไม่ทันไรหวังยี่ฝัวก็ดึงสติกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวได้อีกครั้ง หากแต่ในแววตายังเต็มไปด้วยความสงสัยจับใจ
มันเองก็อยู่เมืองคงหมิงมานานหลายปีแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยจริงๆที่มันได้เจอยอดฝีมือที่ร้ายกาจถึงระดับนี้แวะมาเยือนเมืองคงหมิง!
เพราะสุดท้ายแล้วเมืองคงหมิงก็เป็นแค่เมืองเล็กๆในชายแดนตอนใต้ของภาคตะวันตกเท่านั้น ต่อให้จะมียอดฝีมือเดินทางผ่านไปบ้าง แต่ก็ไม่ค่อยมีใครสนใจจะแวะพักสักเท่าไหร่