“สถานที่แห่งนั้นมันตั้งอยู่ในภาคกลาง ยังตั้งอยู่ใกล้ๆ 1 ใน 3 ลัทธิอย่างลัทธิอารามทมิฬ ทว่าสถานที่แห่งนั้นกลับไร้ซึ่งความเกี่ยวข้องอันใดกับลัทธิอารามทมิฬ อันที่จริงหากคนของลัทธิอารามทมิฬเข้าไปยังสถานที่แห่งนั้นโดยไร้ชนชั้นอาวุโสคุ้มกัน พวกมันก็อาจจะถูกฆ่าปล้นชิงไปได้ง่ายๆ…และต่อให้เป็นลัทธิอารามทมิฬเองคิดหาตัวคนร้ายมาลงโทษก็เกรงว่าเป็นเรื่องยากกระทำ…”
ชิวมู่ชิงกล่าวสืบต่อออกมา และยิ่งพูดแววตาของนางก็ยิ่งฉายชัดออกถึงความหวาดกลัว
“ลัทธิอารามทมิฬ…”
อย่างไรก็ตาม พอได้ยินคำหนึ่งในประโยคที่ชิวมู่ชิงกล่าว แววตาท่าทีต้วนหลิงเทียนก็เปลี่ยนไปทันที
เรื่องที่ลัทธิอารามทมิฬ เป็น 1 ใน 3 ลัทธิ อันเป็นมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ของภูมิภาคเบื้องบนดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋านั้น…
เขารู้ดี!
อย่างไรก็ตามสาเหตุที่เขาได้ยินคำลัทธิอารามทมิฬแล้วทำให้สีหน้าท่าทีเขาเปลี่ยนไป ล้วนเป็นเพราะเขานึกถึงคนที่บุกรุกเข้ามายังตำหนักเมฆาครามที่ภูมิภาคเบื้องล่างของดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋าวันนั้น อีกทั้งคนผู้นั้นยังฆ่ากู่มี่มือขวาของบิดาเขา และไม่เพียงช่วงชิงตราผนึกมารไปจากมือเขามันยังทำร้ายทั้งหยามเขาให้อัปยศ!
อาวุโสของลัทธิอารามทมิฬ เซี่ยจง!
นอกจากเป็นอาวุโสแล้ว มันยังเป็นบุตรชายคนเดียวของ 1 ใน 4 มหาธรรมราชาของลัทธิอารามทมิฬ จ้าวราชสีห์ขนทอง!
“เซี่ยจง!”