ทันใดนั้นในใจต้วนหลิงเทียนก็ปรากฏร่างในชุดคลุมสีเทา เป็นชายวัยกลางคนที่มีนัยน์ตากลิ้งกลอก ใบหน้าเผยความชั่วร้ายน่ากลัว
และคนผู้นั้นก็คือเซี่ยจง ที่บุกเข้ามาทำร้ายคนในตำหนักเมฆาครามวันนั้น!
ตั้งแต่วันนั้นจวบจนวันนี้ ต้วนหลิงเทียนยังจำเรื่องราวในวันนั้นได้ชัดเจน ดั่งทั้งหมดพึ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
เซี่ยจงที่บุกรุกเข้ามาในตำหนักเมฆาคราม ไม่เพียงทำร้ายเหยียดหยามและชิงตราผนึกมารไปโดยที่เขาไม่อาจต่อต้านมันได้ อีกฝ่ายยังฆ่ากู่มี่มือขวาบิดาเขาด้วย!
นอกจากนั้นยังมีองครักษ์เกราะทมิฬตกตายด้วยน้ำมือมันไม่น้อย!
เรียกว่าเขากับเซี่ยจงนั้นมีความแค้นที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลกเดียวกันได้สืบไป!
ตอนนี้พอมาได้ยินว่าสถานที่แห่งนั้นกลับตั้งอยู่ในภาคกลาง และใกล้ๆกับลัทธิอารามทมิฬที่เซี่ยจงอาศัยอยู่ ใจต้วนหลิงเทียนจึงไม่อาจสงบนิ่ง บังเกิดอาการกระสับกระส่ายขึ้นมา
“พี่ใหญ่หลิงเทียน…ท่านเป็นอะไรไป”
ชิวมูชิงที่สังเกตเห็นว่าอารมณ์ต้วนหลิงเทียนคล้ายจะเปลี่ยนไป ก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวถามออกมาด้วยสงสัย
“ไม่เป็นไรหรอก”
ต้วนหลิงเทียนที่ดึงสติกลับมาก็มองกล่าวกับชิวมู่ชิงพร้อมส่ายหัวทันที “มู่ชิง เจ้าช่วยเล่าเรื่องสถานที่แห่งนั้นที่เจ้าพึ่งพูดถึงให้ข้าฟังอย่างละเอียดที”
“อื๊อ”
ชิวมู่ชิงพยักหน้ารับคำอย่างเชื่อฟัง ค่อยๆกล่าวเล่าออกมาว่า “สถานที่แห่งนั้นที่ตั้งอยู่ในภาคกลางที่ข้าพูดถึง มันเรียกว่านครแห่งบาป”