“แน่นอนว่าเมื่อมากคนก็มากความ นครแห่งบาปจึงมิอาจหลีกเลี่ยงความขัดแย้งไม่ลงรอย ยังมีฆาตกรและผู้ฝึกตนชั่วร้ายที่หนีการตามล่าจากขุมพลังต่างๆมาพึ่งพิงอาศัยมากมาย กระทั่งคำนครแห่งบาปก็มาจากสิ่งนี้เช่นกัน…เห็นว่าตอนแรกนครแห่งบาปไม่ได้เรียกหาเช่นนี้”
“ในนครแห่งบาปสามารถพบเห็นเรื่องราวความขัดแย้งได้ทุกที่ และเรื่องนี้ก็มิอาจหลีกเลี่ยง เพราะผู้ฝึกตนพเนจรก็ไร้ใครสนับสนุนด้านทรัพยากร การแย่งชิงจึงมีให้เห็นจนชินชา…นับว่าการเข่นฆ่ากันเพื่อชิงสมบัติในนครแห่งบาปกลางถนนเสมือนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว การฆ่าคนคล้ายเป็นกิจวัตรประจำวันของพวกมัน”
“นอกจากนี้ยังกล่าวกันว่า ในนครแห่งบาปนั้น หากพลังฝึกปรือยังไม่บรรลุถึงขอบเขตเซียนสวรรค์ อย่าได้ออกจากบ้านในเวลากลางคืนเด็ดขาด…หากคิดจะออกไปไหน ก็จำต้องมียอดฝีมือขอบเขตเซียนสวรรค์คุ้มกัน”
“ทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่ข้ารู้เกี่ยวกับนครแห่งบาป…”
ชิวมู่ชิงกล่าวจบก็มองต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง “ถึงแม้ข้ามิรู้ว่าไฉนพี่ใหญ่หลิงเทียนกำลังมองหาสถานที่ๆคนชั่วมารวมตัวกัน…แต่ข้าคิดว่านครแห่งบาป สมควรเป็นสถานที่ๆมีคนชั่วร้ายมารวมตัวกันเยอะที่สุดในดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋า”
“กระทั่งข้าได้ยินมาว่า…ที่นั่นมีแม้แต่มนุษย์กินคน เป็นผู้ฝึกมารที่ชั่วร้ายกินคนไม่คายกระดูก ใช้เลือดเนื้อผู้อื่นในการบ่มเพาะ…”