สำหรับเรื่องนี้ต้วนหลิงเทียนเองก็รู้สึกเฉยๆ
คนหยิ่งยโสหัวสูงดั่งสุนัขตาต่ำที่ชมชอบดูถูกผู้อื่น ไม่ทราบเขาพบพานมากี่มากน้อยแล้วตั้งแต่ครั้งที่อยู่ในทวีปเมฆาล่อง เช่นนั้นเขาจึงชินชาและไม่ได้ถือสาอะไร
“ประมุข อาวุโสหลัก อาวุโสสอง…ข้าว่าพวกเราสมควรเข้าไปในห้องโถงหลักได้แล้ว ประมุขตระกูลตงฟางกับอาวุโสสูงของทางนั้นสมควรรอพวกเราอยู่เนิ่นนาน เดี๋ยวพวกมันจะเอาไปพูดได้ว่าตระกูลชิวของเรารับรองแขกไม่ดี”
ทันใดนั้นเสียงชิวกังยี่ดังขึ้นเข้าหูต้วนหลิงเทียน ผิวเผินฟังคล้ายกระตุ้นเตือนระดับสูงทั้ง 3 ของตระกูลชิวไม่เว้นชิวอ้านผิงเท่านั้น ทว่าหากฟังดูให้ชัดน้ำเสียงของมันคล้ายแฝงความยินดีไว้ไม่น้อย
แน่นอนว่า ‘ความยินดี’ ดังกล่าวล้วนมีให้ต้วนหลิงเทียน…ยินดีที่ต้วนหลิงเทียนกำลังจะถึงคราวเคราะห์!
เมื่อได้รับคำเตือนจากชิวกังยี่ ประมุขตระกูลชิวไม่เว้นอาวุโสหลักและอาวุโส 2 ก็ก้าวอาดๆนำเข้าไปยังห้องโถงหลักที่อยู่ไม่ไกลทันที
ต้วนหลิงเทียนกับชิวมู่ชิงเองก็เดินเคียงข้างติดตามทั้งหมดไป
สำหรับชิวกังยี่นั้นมันเลือกที่จะเดินรั้งท้าย ด้วยกลัวว่าต้วนหลิงเทียนจะคิดหลบหนี
เมื่อเดินเข้ามาในห้องโถงหลักแล้ว ภาพเรื่องราวในห้องโถงหลักก็ปรากฏสู่สายตาต้วนหลิงเทียน
ห้องโถงหลักตระกูลชิวนั้นใหญ่โตโออ่านัก แม้การตกแต่งภายในโถงจะเรียบง่าย หากแต่เป็นความเรียบง่ายที่แลดูหรูหรามีระดับ มากไปด้วยความสง่างาม