เพราะก่อนหน้านี้ตอนที่ยังอยู่ในเรือนส่วนตัวของชิวมู่ชิง ตอนที่ชิวกังยี่และเหล่าอาวุโสฝ่ายชิวกังยี่บุกรุกมานั้น เขาได้ยินพวกมันพูดชัดถนัดหู
ว่าคนของตระกูลคงฟางที่มาวันนี้ ไม่เพียงตงฟางฉู่กับประมุขตระกูลตงฟาง ยังมีอาวุโสหลักกับอาวุโส 2 ของตระกูลคงฟางมาด้วย
และมองไปทั่วตระกูลตงฟางแล้ว เกรงว่าคงมีเพียง 2 คนนี้เท่านั้นที่มีคุณสมบัติมากพอจะยืนเคียงไหล่ตงฟางเฉียนได้
อีกทั้ง 2 คนนั่นยังเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตเซียนสวรรค์ของตระกูลตงฟาง นอกจากตัวตงฟางเฉียนอีกด้วย
ตระกูลตงฟางก็เหมือนกันกับตระกูลชิว…มีผู้ฝึกตนขอบเขตเซียนสวรรค์ทั้งสิ้น 3 คน
ทั้งหมดล้วนเป็น ประมุข อาวุโสหลัก และอาวุโสลำดับที่ 2 เหมือนกัน
สำหรับชายชราอีก 2 คนที่ยืนอยู่ด้านหลังตงฟางฉู่นั้น ต้วนหลิงเทียนเพียงเหลือบมองผ่านๆ ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรกับพวกมันมาก
เพราะเห็นได้ชัดจากตำแหน่งการยืนของพวกมัน ฐานะในตระกูลตงฟางของพวกมันสมควรอยู่ในระดับปานกลาง และควรเป็นแค่อาวุโสธรรมดาๆเท่านั้น
“ประมุขตงฟาง”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ชิวอ้านผิง ประมุขตระกูลชิวที่เดินเคียงไหล่ไปกับอาวุโสหลักและอาวุโส 2 ของตระกูลชิว ก็ประสานมือกล่าวคำทักทายตงฟางเฉียนด้วยรอยยิ้ม
อาวุโสหลักทั้งอาวุโส 2 ของตระกูลชิวก็เอ่ยคำทักทายตงฟางเฉียนตาม ก่อนที่พวกมันจะหันไปพยักหน้าทักทายอาวุโสหลักกับอาวุโส 2 ของตระกูลตงฟาง
‘แพศยา! นังแพศยาสารเลว!!’