“นั่นสิ…การกระทำของนางครั้งนี้ แทบมิต่างใดจากตบหน้าคนทั้งตระกูลตงฟางฉาดใหญ่”
“ตอนนี้ข้าเพียงหวังให้ตระกูลตงฟางจะคลายโทสะลงบ้าง หลังตระกูลชิวของพวกเราส่งเจ้าหนุ่มชุดม่วงนั่นไปให้…ส่วนความผิดของคุณหนูใหญ่ พวกเราคงได้แต่หาทางชดใช้ด้วยวิธีอื่น…”
“มิผิด แถมครั้งนี้พวกเราต้องชดใช้ให้สมน้ำสมเนื้อ! จะอย่างไรก็ไม่อาจทำให้สัมพันธ์ระหว่างตระกูลเรากับตระกูลตงฟางร้าวฉานได้เด็ดขาด…อีกทั้งฝ่ายนั้นเองก็คงไม่เรียกร้องอันใดมาก อย่างไรพวกมันก็รู้ตัวดี ว่าหากไร้ตระกูลชิวของพวกเรา พวกมันก็ไม่อาจแข่งขันกับตระกูลเฝิงได้!”
……
ระหว่างเดินทางไปห้องโถงหลักตระกูลชิว เหล่าอาวุโสก็เริ่มสนทนากันอีกครั้ง
ต้วนหลิงเทียนย่อมได้ยินเสียงพูดคุยกระซิบกระซาบเหล่านี้ชัดถนัดหู
เขาได้แต่ลอบส่ายหัวไปมาอย่างระอา
ขณะเดียวกันต้วนหลิงเทียนก็หันไปมองคุณหนูใหญ่ตระกูลชิวอย่างชิวมู่ชิงที่เดินนำเขาเล็กน้อยด้วยสายตาสงสาร
ยิ่งมองก็ยิ่งเวทนาสงสารนัก แม้นางจะมีหน้ามีตาในครอบครัวเพียงใด แต่สุดท้ายก็ไม่วายเป็นได้แค่เครื่องมือของตระกูล หน้าที่ของนางคือเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลตงฟางเท่านั้น
“ข้างหน้าก็เป็นห้องโถงหลักของตระกูลชิวเราแล้ว…ท่านแน่ใจหรือว่าจักไปจริงๆ หากท่านเปลี่ยนใจข้าจะหาทางหยุดพวกมันไว้!”
ทันใดนั้นชิวมู่ชิงก็ชะลอฝีเท้าลง พูดกับต้วนหลิงเทียนเสียงเบา