ฟืด! ฟาด! ฟืด! ฟาด!
…
แม้จะสูดลมหายใจเข้าหนักหน่วงไปหลายรอบ แต่ตงฟางฉู่ก็ไม่อาจระงับอารมณ์ได้สืบไป
“ไอ้หนู! เจ้าอยากตายมากนักเหรอ!!”
เสียงตะโกนด้วยอำมหิตลั่นดังขึ้น ร่างมันทะลึ่งพรวดลุกขึ้นจากเก้าอี้ วาจาไม่กล่าวให้มากความ คนยิงหมัดอัดแน่นไปด้วยพลังเซียนอันเกรี้ยวกราด หมายตะบันหน้าหล่อเหลาของต้วนหลิงเทียนให้หงาย!
“ระวัง!”
ชิวมู่ชิงที่แต่เดิมขวยเขินอายม้วนราวสาวน้อยข้างต้วนหลิงเทียน พอเห็นตงฟางฉู้ลงมืออย่างไร้เหตุผลต่อต้วนหลิงเทียน หน้างามแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง นางเองก็ลุกพรวดขึ้นมาหมายหยุดหมัดของตงฟางฉู่ทันที
อนิจจานางที่แต่เดิมก็มีพลังฝึกปรือทัดเทียมกับตงฟางฉู่ เมื่อลงมือทีหลังเช่นนี้ไหนเลยจะช่วยต้วนหลิงเทียนได้ทัน
ปงงง!!
และในขณะที่ชิวมู่ชิงกำลังร้อนใจ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นสนั่นลั่นเหลาอาหาร ก่อนที่จะบังเกิดสายลมหอบใหญ่ซัดกวาดออกมาจากต้นกำเนิดเสียงสนั่นดังกล่าว พาลให้เหลาอาหารป่วนปั่นไม่น้อย ถ้วยชามกระเด็นกระดอน อาหารที่คีบจับคล้ายมีชิวิตขึ้นมาอีกครั้ง ต่างดิ้นหลุดตะเกียบกันจ้าละหวั่น…
ขณะเดียวกันผู้ที่มาดื่มกินไม่สนจานชามอาหารที่คว่ำมือเพียงคว้าจอกและกาสุราเอาไว้ราวสิ่งล้ำค่า หลังจากนั้นต่างหันไปสนใจโต๊ะของต้วนหลิงเทียนที่เป็นต้นตอความปั่นป่วนทันที
“หืม? เจ้านั่นมิใช่คุณชายรองตระกูลตงฟาง ตงฟางฉู่รึไร?”
“ส่วนสตรีที่งดงามปานภาพวาดนั่น…หรือว่าจะเป็นคุณหนูมู่ชิง!”