“งามเสียขนาดนั้นสมควรเป็นคุณหนูมู่ชิงไม่ผิดแน่! นี่น่ะหรือ…โฉมงามอันดับหนึ่งของเมืองคงหมิงเรา! ช่างสมคำร่ำลือนัก นางช่างเปล่งประกายมีรัศมีเหนือหญิงอื่นจริงๆ!!”
“เฮ่อ ถึงแม้หน้าตาของคุณชายรองสกุลตงฟางจะพอไปวัดไปวาได้ แต่หากนำมาเทียบกกับนางแล้ว…ช่างต่างกันเกินไป”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น…หากจะเทียบกันแล้ว ข้าว่าเจ้าหนุ่มชุดม่วงที่นั่งข้างคุณหนูมู่ชิงยังจะเหมาะสมกว่า มิว่าจะท่วงท่าความรู้สึก ช่างสง่างามเหนือคุณชายรองสกุลตงฟางนัก…ยามนั่งข้างแม่นางมู่ชิวยังสมกันดั่งกิ่งทองใบหยก”
“ข้าก็คิดว่าแม่นางมู่ชิงเหมาะกับเจ้าหนุ่มชุดม่วงข้างๆนางมากกว่าเช่นกัน…”
“แล้วนี่สองคนนั่นทำอันใดกัน ต่อยตีแย่งหญิงงามกันรึ?”
…
คนที่มาดื่มกินในเหลาสนทนากันอย่างออกรส
ในวาจาของพวกมัน เห็นชัดว่าไม่แยแสพื้นหลังของตงฟางฉู่กับชิวมู่ชิงแม้แต่น้อย กล้าแสดงความเห็นอย่างไม่หวาดกลัวสกุลใหญ่
เพราะในเมืองคงหมิงแห่งนี้ นอกจาก 3 ตระกูลใหญ่แล้ว ก็มีพันธมิตรผู้พเนจรอยู่ด้วย
เช่นนั้นพวกมันไม่กลัวว่าตระกูลตงฟางกล้าที่จะเอาเรื่องพวกมันด้วยเรื่องราวเล็กน้อยเท่านี้
ได้ยินวาจาจากเหล่าผู้ที่มาดื่มกินในเหลาอาหาร สีหน้าชิวมู่ชิงเริ่มย้อมไปด้วยสีแดงอีกครั้ง ขณะเดียวกันนางก็ลอบมองไปยังต้วนหลิงเทียน พอพบว่าอีกฝ่ายไม่ได้มองมาที่นาง ร่างบางก็อดไม่ได้ที่จะระบายลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก…
‘บัดซบ! ไฉนไอ้หนูนี่มันถึงได้ร้ายกาจนักเล่า!?’