เช่นนั้นเขาที่คิดแผนหลบหนีไปจากลัทธิบูชาไฟ และจำต้องพึ่งพาใครสักคน ก็ฉุกคิดถึงกวนซิ่วขึ้นมาก่อนใคร
“ศิษย์พี่หลิงเทียน!”
เมื่อได้พบกับต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง กวนซิ่วรู้สึกตื่นเต้นยินดียากระงับ เร่งทักทายออกมาอย่างกระตือร้นร้น
อาจกล่าวได้ว่ามันเป็นคนที่เห็นทุกย่างก้าวของต้วนหลิงเทียนตั้งแต่มาถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ จนก้าวสู่จุดที่มีชื่อเสียงเลื่องลือก็ว่าได้
“เจ้าสบายดีหรือไม่กวนซิ่ว”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับคำทัก ก่อนที่จะทักทายอีกฝ่ายกลับไปด้วยรอยยิ้ม
“ฮ้า! ศิษย์พี่หลิงเทียนยังจดจำข้าได้ด้วยหรือ!?”
เมื่อได้ยินต้วนหลิงเทียนกล่าวเรียกชื่อตัว กวนซิ่วถึงกับประหลาดใจไม่น้อย
“แน่นอนว่าต้องจำได้…หากจำไม่ได้แล้วข้าจะมาหาเจ้าทำไมเล่า?”
ต้วนหลิงเทียนยิ้มตอบ
“เอ๋ ศิษย์พี่หลิงเทียนมาหาข้าหรือ?แล้วไฉนอยู่ๆศิษย์พี่ท่านถึงได้มาหาข้าได้เล่า?”
จังหวะนี้กวนซิ่วพยายามรงับอาการตื่นเต้นดีใจเอาไว้ และกล่าวถามออกไปด้วยความสงสัยทั้งคาดหวัง
“ข้ามาหาเจ้าตอนนี้ เพราะมีเรื่องคิดขอให้เจ้าช่วยเหลือน่ะ…”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวตอบออกไปตรงๆ
“ศิษย์พี่หลิงเทียนมีเรื่องใดโปรดกล่าว…หากเป็นเรื่องที่ข้าสามารถช่วยเหลือท่านได้ ข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยท่าน!”
เมื่อได้รับรู้ว่าต้วนหลิงเทียนถึงกับมาหาเพื่อขอให้มันช่วย กวนซิ่วถึงกับกล่าวให้คำมั่นออกไปอย่างแน่วแน่
ในสายตาของกวนซิ่ว