เพราะตอนนี้คนที่คิดว่าต้วนหลิงเทียนต้องสิ้นท่าด้วยน้ำมือปู้หงนั้นมีมากมายนัก
ขณะเดียวกัน ร่างเวินเยี่ยนกับปู้หงก็ค่อยๆเหินลอยเข้ามาหยุดลอยห่างต้วนหลิงเทียนไม่ไกล
“ต้วนหลิงเทียน เจ้ายังจดจำความอัปยศที่เจ้ายัดเยียดให้ข้าวันนั้นได้หรือไม่?”
สายตาเยียบเย็นของเวินเยี่ยนถลึงมองต้วนหลิงเทียนไม่วาง ปริปากกล่าวถามออกด้วยน้ำเสียงดุร้าย
“ยัดเยียดความอัปยศ? ยัดเยียดความอัปยศอะไร?”
ทว่าเจอเสียงถามด้วยความดุร้ายของเวินเยี่ยน ต้วนหลิงเทียนกลับย้อนถามกลับไปตรงๆ
ในวาจาคล้ายไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยเลย
ใบหน้าเวินเยี่ยนที่เดิมก็เต็มไปด้วยความแค้น พลันแดงขึ้นด้วยโทสะ ตะคอกออกเสียงเย็น “ต้วนหลิงเทียน! เจ้ายังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือไม่ กล้าทำแต่ไม่กล้ารับงั้นหรือ? คิดว่าแสร้งทำเป็นจำไม่ได้เช่นนี้แล้วจะรอดตัว?”
“นี่เจ้าพูดถึงเรื่องอะไรกัน?”
ต้วนหลิงเทียนเอียงคอโค้งคิ้ว ถามออดด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ ยังกล่าวถามเพิ่มเติมอีกว่า “ข้าไปยัดเยียดความอัปยศอะไรให้เจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่ ไฉนข้าไม่เห็นจะเคยจำได้?”
ได้ยินคำกล่าวถามด้วยทีท่าไม่รู้สึกรู้สา เวินเยี่ยนแทบจุกอกตายด้วยโทสะ ตอนนี้สองตาท่าทางของนางช่างเย็นชานัก ปานจะแช่ผู้คนโดยรอบให้เป็นน้ำแข็ง “เจ้าอย่าได้บอกข้าว่าเจ้าลืมไปแล้วว่าเจ้าตบหน้าข้าไปหลายครั้งหลายคราต่อหน้าผู้คน…หรือเจ้ายังมีหน้ามาบอกว่านั่นมิใช่การยัดเยียดความอัปยศให้ข้า?”