“ตกลงเจ้าจะเอายังไง?”
ต้วนหลิงเทียนมองถามเถียนตงด้วยน้ำเสียงแววตาเยียบเย็น “เจ้าจะเลือกลงมือกับข้าตอนนี้ หรือยืนเฉยๆเป็นรูปปั้นไปเสีย! ข้าก็เหมือนคนเท้าเปล่าไม่กลัวสวมรองเท้า หากเจ้ากล้าลงมือกับข้าวันหน้าข้าก็กล้าจะลงมือกับต่งหลินเหล่าศิษย์กระทั่งลูกหลานของเจ้า!”
(เท้าเปล่าไม่กลัวสวมรองเท้า = ไม่มีอะไรจะเสีย)
เท้าเปล่าไม่กลัวสวมรองเท้า!
เมื่อคำกล่าวนี้ของต้วนหลิงเทียนดังเข้าหูทุกคน ทั้งหมดก็พลันตระหนักได้ทันที
ถูกแล้ว
ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนเสมือนคนเท้าเปล่า ไหนเลยต้องกลัวสวมรองเท้า?
เว้นเสียแต่อาวุโสเถียนตงจะกล้าฆ่าต้วนหลิงเทียนหรือทำลายพลังฝึกปรือพิการ…หาไม่แล้ววันใดที่ต้วนหลิงเทียนยืนหยัดขึ้นมาได้อีกครั้ง ย่อมสามารถเอาคืนอาวุโสเถียนตงได้แน่!
เพราะสุดท้ายแล้วเถียนตงก็ไม่ใช่ตัวคนเดียว
มันไม่เพียงมีศิษย์ส่วนตัว 2 คน ยังมีลูกๆหลานๆของมันอีกด้วย
ทว่าต้วนหลิงเทียนผู้นี้ เสมือนหมาป่าเดียวดายในบรรดาศิษย์ที่แท้จริง ไร้ซึ่งสหายและญาติมิตรอันใด
พวกมันย่อมแลเห็นได้ชัดถึงความมั่นใจอันแน่วแน่เด็ดเดี่ยวของต้วนหลิงเทียน
“ต้วนหลิงเทียนเจ้าไม่คิดว่ามันจะมากไปหน่อยหรือ…” เถียนตงที่บัดนี้ใบหน้าอัปลักษณ์ปั้นยากเพราะคำของต้วนหลิงเทียน ก็กล่าวออกมาเสียงเย็น “มีคำกล่าว ‘คนต่อยตีมีเรื่อง ไม่ลามปามถึงครอบครัว’ เจ้าคิดกระทำต่ำช้าแบบนี้ไม่ละอายแก่ใจหรือไร!?”
“กระทำต่ำช้า? ละอายใจ? ฮ่าๆๆๆ!!”