เจียงผิงอันแพ้พ่าย
แต่เขาก็ไม่มีสิ่งใดจะเสีย
กลับกัน เพราะสองกระบี่นั้นทลายโอหังในใจเขาไป จึงทาให้เขา เยือกเย็นลงอีกครั้ง
การเป็ นอันดับหนึ่งในการแข่งขันประลองร ้อยเมือง เป็ นที่หนึ่งใน หมู่ตัวตนร่วมขอบเขตในแคว้นหมิงหวัง เป็ นไปไม่ได้หากจะไม่เกิด อัตตา
จนกระทั่งเมื่อเขาได้พบความน่าสะพรึงกลัวของภาพฉายหมิง หวัง เจียงผิงอันจึงประจักษ์ว่าตนอ่อนแอเพียงไร
หมิงหวังนั้นทรงพลังเพียงนี้ ยังมิอาจบรรลุเซียนได้ แล้วระดับเช่น เขาเล่า ย่อมยากเย็นกว่าจะเป็ นเซียน
สละสิ้นอัตตา ถ่อมเนื้อถ่อมตัว ตั้งหลักปักฐาน ฝึ กฝนอย่าง จริงจัง
“ผู้อาวุโส ข้าขอใช ้ที่นี่ฝึกฝนได้หรือไม่ขอรับ?”
เจียงผิงอันถามอย่างนอบน้อม
ภาพฉายนี้เหมือนมีสติรู ้คิด
“แล้วแต่เจ้า” ภาพฉายยืนถือกระบี่ ไร ้การเปลี่ยนแปลงอารมณ์ ใด
เจียงผิงอันนั่งขัดสมาธิบนพื้น เร่งปราณโลหิตทะลวงชีพจร
ภาพฉายหมิงหวังนี้มิอาจเอาชนะได้ จึงไม่ต้องไปเสียเวลา
สถานที่แห่งนี้เร่งการฟื้นฟูบาดแผลได้ เจียงผิงอันจึงคิดยืมพลังนี้ มาฝึกฝน
จะได้เป็ นการประหยัดโอสถฟื้นบาดแผลและเร่งการฝึกฝนไปได้ มากมาย
ขณะนี้ ชีพจรถูกเปิดออกร ้อยยี่สิบสองจุดแล้ว ยังห่างไกลกับ เป้ าหมายสามร ้อยหกสิบจุดนัก
ยามเร่งปราณโลหิต แสงสว่างก็เรืองจ้าขึ้น ณ หนึ่งในจุดชีพจรที่ ท้อง
เปรี้ยง!
จุดชีพจรที่ท้องถูกทะลวงเปิด แสงสีเลือดสาดจ้าเรืองรอง
ปราณโลหิตในกายทะลักมาก่อตัวในตันเถียน เกิดเป็ นเสวี่ยตาน อย่า