หลังออกจากที่พักของหลิวอวี่ ทั้งคู่ก็เดินผ่านหอหลักอีกครั้ง และทันใดนั้นเองหลิวอวี่ก็มองกล่าวกับต้วนหลิงเทียนออกมา “ต้วนหลิงเทียน ข้าบอกได้เลยว่าเสี่ยวอวิ๋นเอ้อให้ความสำคัญกับเจ้าที่เป็นสหายไม่น้อย…”
กล่างถึงจุดนี้หลิวอวี่ก็หยุดลงคล้ายลังเลว่าจะพูดต่อหรือไม่พูดดี
“อาวุโสหลิวอวี่มีเรื่องจะกล่าวกับข้าหรือ ขอท่านกล่าวออกมาได้เลยอย่าได้เกรงใจ”
ต้วนหลิงเทียนพูดออกมาเมื่อเห็นทีท่าลังเลของอีกฝ่าย
“ข้าหวังว่า…หลังจากนี้ไปเจ้าจะช่วยรักษาระยะห่างกับเสี่ยวอวิ๋นเอ้อได้หรือไม่? พยายามอย่าได้เผยทีท่าสนิทสนมกับเสี่ยวอวิ๋นเอ้อต่อหน้าผู้คนได้ยิ่งดี…”
หลิวอวี่กล่าวต่อออกมา
“อาวุโสหลิวอวี่…ท่านกลัวว่าข้าจะพลอยทำให้ศิษย์พี่หลิวอวิ๋นติดร่างแหไปด้วยใช่หรือไม่”
ต้วนหลิงเทียนไม่ใช่คนไม่รู้ประสา ไหนเลยจะเดาความต้องการของหลิวอวี่ไม่ออก
“ไม่เพียงแต่ข้ากลัวว่าเสี่ยวอวิ๋นเอ้อจะติดร่างแห ข้ายังกลัวสกุลหลิวของข้าพลอยติดร่างแหไปด้วย…”
หลิวอวี่กล่าวอย่างตรงไปตรงมา “ลืมหลี่อันไปได้เลย มันกับข้าล้วนมีฐานะเท่าเทียมกันข้าย่อมไม่คิดหวาดกลัวมันแม้แต่น้อย! มันไม่มีวันแตะต้องอะไรสกุลหลิวของข้าได้…ทว่ากับอีก 2 คนที่เจ้ามีเรื่องด้วยหลังจากที่มาถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ข้ามิอาจไม่กลัว…”