“ในอดีตภรรยามันบังเอิญได้รับบาดเจ็บสาหัสจากอาวุโสของลัทธิอารามทมิฬ…มันถึงกับบุกไปอารามทมิฬหมายฆ่าอาวุโสคนนั้นอย่างดุดัน แม้ลัทธิอารามทมิฬจะมีชนชั้นยอดฝีมือมากมาย ทว่าทั้งหมดก็ได้รับบาดเจ็บกันเป็นแถบ แต่แน่นอนว่ามันก็เกือบตาย”
“ในตอนนั้นหากไม่ได้ท่านจ้าวลัทธิบูชาไฟเราออกหน้าด้วยตัวเอง น่ากลัวว่ามันคงได้ทิ้งชีวิตไว้ที่นั่นแล้ว! และหากไม่ใช่เพราะว่าภรรยาของมันเพียงได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่ไม่ถึงตาย มันคงเลือกหนทางตายตกไปพร้อมกับศัตรูทั้งหมดแน่ๆ”
กล่าวถึงจุดนี้หลิวอวิ๋นสูดลมหายใจเข้าเฮือกหนึ่งค่อยเล่าต่อ “ต่อมาภายหลังมันจึงได้รับทราบว่าภรรยาที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่นั้น ที่แท้ได้ตั้งครรภ์แล้ว มันจึงเลือกที่จะรามือกลับมา แน่นอนว่าสตรีบาดเจ็บเมื่อต้องคลอดบุตรก็ย่อมมิอาจฝืนทนได้ไหว นางยังคงจากไปอยู่ดีหลังคลอดต่งหลิน…”
“เรียกได้ว่าตั้งแต่วันนั้น ต่งหลินก็เป็นดั่งแก้วตาดวงใจที่สำคัญยิ่งกว่าชีวิตของมัน!”
“แต่เจ้ากลับกล้าทำให้ต่งหลินต้องเสียหน้าท่ามกลางสาธารณชนเช่นนั้น ข้ากลัวว่ามันจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ”
หลิวอวิ๋นกล่าวออกมารวดเดียวจบ
“หืม? มันถึงขั้นกล้าลงมือกับข้าในลัทธิบูชาไฟหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนโค้งคิ้วกล่าวถาม