“มันคงไม่วู่วามทำอะไรเจ้าในลัทธิบูชาไฟ เพราะอย่างไรมันก็เป็นรองจ้าวหอคุมกฏคนหนึ่ง นอกจากนี้ด้วยความที่ชีวิตของมันก็ได้ท่านจ้าวลัทธิเก็บกู้กลับมา คงไม่กล้ากระทำอะไรที่เป็นการไม่ไว้หน้าท่านจ้าวลัทธิ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังมีข้อยกเว้น…”
หลิวอวิ๋นส่ายหัวไปมาค่อยกล่าวสืบต่อ “ที่ข้ามาที่นี่วันนี้ก็เพื่อจะกล่าวถึงเรื่องนี้ให้เจ้าฟัง…ไม่ว่าเจ้าจะมีเรื่องบาดหมางกับต่งหลินมากเพียงใด แต่จักดีเสียกว่าที่ไม่ถึงขั้นฆ่ามัน! หากเจ้าฆ่ามัน รองจ้าวหอคุมกฏคงลงมือกับเจ้าโดยไม่สนเรื่องราวใดๆอีกต่อไป!”
“กระทั่งเรื่องที่จะฆ่าเจ้าในลัทธิบูชาไฟมันก็สามารถกระทำ กระทั่งยังจะทำแน่! เพราะในสายตาของมันชีวิตบุตรชายยังสำคัญกว่าชีวิตมันเสียอีก”
วาจาประโยคต่อมาสีหน้าหลิวอวิ๋นก็ยิ่งตึงเครียดนัก
“ขอบคุณศิษย์พี่หลิวอวิ๋นมากที่มาบอกเรื่องนี้กับข้า”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกหวั่นๆกับบิดาของต่งหลินผู้เป็นรองจ้าวหอคุมกฏคนนี้อยู่บ้าง
จากคำของหลิวอวิ๋น ต้วนหลิงเทียนก็บอกได้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นคนโหดเหี้ยม!
เพื่อภรรยาถึงกับบุกเข่นฆ่าสังหารไปยังลัทธิอารามทมิฬ นี่ไม่ใช่เรื่องที่ใครก็จะสามารถกระทำได้
นอกจากนี้ภรรยาของมันก็ตกตายไปหลังมีต่งหลิน เช่นนั้นต่งหลินก็เสมือนสิ่งสุดท้ายที่มันหลงเหลือ เช่นนั้นไม่ว่าใครก็ทราบดีว่าบุตรชายคนเดียวของมันคนนี้มีความสำคัญกับมันขนาดไหน