หากลูกชายคนเดียวของมันตาย มันต้องเสียสติแน่!
อย่างไรก็ตามต้วนหลิงเทียนที่รู้สึกหวั่นๆ ก็ไม่ได้สนใจเรื่องฆ่าต่งหลินสักเท่าไหร่อยู่แล้ว
นอกจากนั้นต่อให้เขาท้าประลองเป็นตายกับต่งหลิน อีกฝ่ายก็ไม่มีวันยอมรับคำท้าเขาแน่นอน
ดังนั้นเขาก็ไม่ได้กังวลอะไรเรื่องที่รองจ้าวหอคุมกฏจะกล้าลงมือกับเขาด้วยตัวเอง
‘เรื่องนี้เพียงระวังหากข้าต้องมีเหตุให้ออกจากลัทธิบูชาไฟก็พอ…แต่ไม่ใช่ว่ามีคนคิดฆ่าข้าอยู่ไม่น้อยแล้วหรือ? ต่อให้รองจ้าวหอคุมกฏนั่นไม่ลงมือแต่พวกหลี่อันกับหยางชงนั่นมีหรือจะพลาดโอกาสงามๆในการฆ่าข้า…’
เรื่องนี้ต้วนหลิงเทียนรู้ดีแก่ใจ
ดังนั้นเขาจึงไม่ได้สนใจอะไรสักเท่าไหร่ เรื่องที่รองจ้าวหอคุมกฏนั่นจะลงมือกับเขาหรือไม่
“ศิษย์น้องหลิงเทียนในเมื่อพรุ่งนี้เจ้าคิดไปหอคุมกฏแล้ว…หากเป็นไปได้ก็ระวังตัวให้มาก พยายามอย่าได้ไปยุ่งกับต่งหลินมันอีก หากเจ้าทำอะไรมันมากไปกว่านี้ ข้ากลัวว่าบิดาของมันจะลงมือกับเจ้าโดยไม่สนใจอะไร”
หลิวอวิ๋นกล่าวเตือนอีกรอบ
อย่างไรหอคุมกฏก็เสมือนฐานที่มั่นของพ่อลูกสกุลต่ง การที่ต้วนหลิงเทียนเข้าไปทำงานยังต่าอะไรจากบุกเข้าไปในพื้นที่ของศัตรู
“ศิษย์พี่อย่าได้ห่วงไป ข้ารู้ดีว่าควรทำอย่างไร”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับ เพราะอันที่จริงเขาก็ไม่ได้มีเรื่องมีราวอะไรกับต่งหลินมาก่อน ตราบใดที่ต่งหลินนั่นไม่มาหาเรื่องเขาอีกครั้ง เขาก็ไม่คิดจะยุ่งกับมันแต่แรกแล้ว