ทันใดนั้นปรากฏร่างอาวุโสในชุดคลุมอาวุโสเพลิงทองแดงคนหนึ่งเหินร่างเข้ามายังหอหลักด้วยหน้าชื่นตาบาน คล้ายพบพานเรื่องราวอันสนุกสนานมา
อาวุโสเพลิงทองแดงผู้นี้ก็เป็นอาวุโสของหอคุมกฏเช่นกัน หลายคนก็รู้จักมักคุ้นมันดี
“ว่าอะไร!?”
“อาวุโสต่งหลินน่ะรึ ก้มหัวขอขมาศิษย์ที่แท้จริง?สหาย…เจ้าล้อข้าเล่นรึเปล่า?”
“เหอะๆ จากนิสัยของอาวุโสต่งหลินมันไม่บีบคั้นให้ผู้อื่นก้มหัวขอขมามันก็ดีเท่าไหร่…แต่ให้มันไปก้มหัวขอขมาคนอื่น…กระทั่งยังก้มหัวขอขมาศิษย์ที่แท้จริงคนหนึ่งน่ะหรือ? เรื่องพรรค์นี้ให้ตายข้าก็ไม่เชื่อเจ้าหรอก!!”
…
อาวุโสคุมกฏในหอหลักที่ได้ฟังวาจาของอาวุโสคุมกฏเพลิงทองแดงผู้มาใหม่ ถึงกับส่ายหน้าไปมาด้วยรอยยิ้มค่อนแคะ แววตาฉายประกายรู้ทันราวกับจะบอกว่า ‘เจ้าหลอกข้าไม่ได้หรอก’ ทั้งหมดไม่เชื่อในคำพูดของมันแม้แต่น้อย
“เพ้ย! พวกเจ้าไม่เชื่อคำพูดข้าก็แล้วไป…แต่อีกไม่นานผู้อื่นต้องกล่าวถึงเรื่องนี้กันหนาหู! คอยดูกันไปเถอะ!!”
อาวุโสที่อุตส่าห์เร่งรุดมาแจ้งข่าวเชิดหน้าสะบัดด้วยความไม่พอใจ
“สหายเอย…เจ้าจะน้อยใจทำอะไรเล่า พวกเราก็กล่าวไปเช่นนั้นเอง…มาๆ ไหนเล่าให้พวกเราฟังสักนิดเถอะ ที่แท้นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?”
ผ่านไปครู่หนึ่งอาวุโสหลายคนก็หันหน้ามองตากัน และเห็นว่าอีกฝ่ายไม่น่าจะล้อเล่นเรื่องนี้ จึงรีบยิ้มกล่าวออกมาเสียงอ่อนราวง้อภรรยา