“หึ…พวกเจ้าฟังให้ดีล่ะ! ข้าจะเล่าแค่รอบเดียวเท่านั้น เรื่องมันเป็นเช่นนี้…”
หลังจากนั้นอาวุโสที่เร่งรุดมาหอคุมกฏ แน่นอนว่าย่อมคันปากอยากเล่าเป็นทุน ก็ไม่รอช้าเร่งสาธยายเรื่องราวออกมาน้ำไหลไฟดับ
ใบจ้างงานที่วังชินหั่ว, ตัดสิทธิ์ต้วนหลิงเทียน, ต่งหลิน, หอคุมกฏ
เรื่องที่มันเล่าก็วนเวียนอยู่ในหัวข้อเหล่านี้
“อะไร? ต่งหลินถึงกับกล้าใช้อำนาจโดยมิชอบ กันท่าต้วนหลิงเทียนมิให้สมัครเข้าทำงานที่หอคุมกฏเราเลยหรือ? นี่มันไม่กลัวจ้าวหอคุมกฏอาละวาดใส่หรือไร?”
“นั่นสิ เรื่องนี้ต่อให้บิดามันเป็นรองจ้าวหอก็ไม่อาจทำอะไรได้ ยามจ้าวหอมีโทสะยังมีใครบ้างที่ไม่รู้ว่าท่านโมโหร้ายเพียงใด เคยไว้หน้าผู้อื่นที่ไหน!”
“แต่มันนับว่าฉลาดไม่เบา…ชิงก้มหัวขอขมาไปก่อนเช่นนี้ ต่อให้จ้าวหอทราบเรื่องราวทีหลัง ก็ไม่คิดลงโทษมันสถานหนักสืบไป”
“น่าเสียดายนักที่ข้ออ้างของมันถูกต้วนหลิงเทียนลบล้างได้ง่ายดาย…กล่าวหาว่าพรสวรรค์รากวิญญาณของต้วนหลิงเทียนเป็นรากวิญญาณสีเหลืองหรือ? พอผลทดสอบออกมาเป็นรากวิญญาณสีน้ำเงิน ยังต่างอะไรกับตบหน้ามันดังฉาดเล่า!”
“ข้าก็ว่าแล้วเชียวว่าไฉนตอนมันเข้ามาถึงได้หน้าบูดเป็นตูดลิง…ที่แท้เพราะมันพึ่งขายขี้หน้าผู้คนจากวังชินหั่วมาหยกๆนี่เอง”
…