เผียะ! เผียะ! เผียะ! เผียะ! เผียะ! เผียะ!
…
เสียงตบถนัดถนี่ยิ่งมายิ่งฟังหนักหน่วง และยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
พึ่งจะผ่านไปได้ 2 ลมหายใจทว่าฟันหน้าของเฉินเผิงยามนี้กลับร่วงหล่นหมดปาก กระทั่งฟันกรามก็สั่นคลอนจนแทบจะหลุดอยู่รอมร่อ!
หลังจากผ่านไปครบ 3 ลมหายใจ ในที่สุดต้วนหลิงเทียนก็หยุดมือ
จังหวะนี้ไม่เพียงหน้าเฉินเผิงจะปูดบวมเหมือนหัวหมูช้ำเลือด ทว่าเลือดยังกบปาก เบื้องล่างปรากฏฟันนับยี่สิบกว่าซี่ร่วงตกอยู่บนพื้นวังชินหั่วอย่างสยดสยอง…
“หากเจ้ากล้าทำอะไรแบบนี้อีก ข้าจะให้เจ้ารู้ว่าอยู่ไม่สู้ตายมันเป็นยังไง!”
หลังหยุดมือแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็มองเฉินเผิงด้วยสายตาอำมหิตเยียบเย็น ค่อยตะคอกขับไล่มันราวหมูหมา “ไสหัวไป!!”
ไสหัวไป!!
เสียงตวาดขับไล่ของต้วนหลิงเทียนทำให้เฉินเผิงถึงกับหวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ มันรีบกุลีกุจอวิ่งหนีไปทันที
หลังเฉินเผิงวิ่งออกจากวังชินหั่วไปแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็หันหลังกลับมา เหล่าศิษย์ทั้งหลายก็เร่งรุดเปิดทางให้ต้วนหลิงเทียนได้เดินสะดวก ไม่นานต้วนหลิงเทียนก็เดินมาถึงโต๊ะรับรองโต๊ะเดิม กล่าวถามออกไปเสียงเรียบ “อาวุโส ตอนนี้ข้าสมัครทำงานที่หอคุมกฏได้รึยัง?”
“ได้! ย่อมได้!!”
อาวุโสเพลิงทองแดงประจำโต๊ะรับรองไหนเลยจะกล้าตอบว่าไม่! ทันทีที่มันรู้สึกตัวมันก็เร่งดำเนินการสมัครเข้าทำงานที่หอคุมกฏให้ต้วนหลิงเทียนทันที