อย่างไรก็ตามตอนนี้เขาไม่ได้แปลกใจอะไรมากมายอีก เพราะพลังฝีมือของเขาไล่ตามก่านหรูเยี่ยนคนนั้นทันแล้ว…
หลังจากฟังวาจาเหล่าศิษย์ชั้นยอดไปอีกสักพักเมื่อไม่มีเรื่องใหม่ใดแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็ดึงสติกลับมา หันไปจับจ้องมองต่งหลินอีกครั้ง กล่าวว่า “อาวุโสต่งหลิน ในเมื่อเรื่องมันก็มาถึงขั้นนี้แล้ว…ไม่ใช่ว่าท่านสมควรให้คำตอบข้าได้แล้วหรือ?”
ต่งหลินมองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาซับซ้อน ค่อยกล่าวประกาศออกมาเสียงดังอย่างไม่ลังเล
“นับตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป…หอคุมกฏจะไม่จำกัดสิทธิ์ ศิษย์ที่แท้จริงต้วนหลิงเทียนเรื่องเข้าทำงานที่หอคุมกฏอีกต่อไป”
แทบจะพร้อมกันกับที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวถามจบคำ ต่งหลินก็เร่งประกาศออกมาทันทีไม่มีท่า ‘ถือดี’ เหลืออยู่
วาจาของมันเสียงดังฟังชัดนัก
ทำให้ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะสงสัย ว่าใช่อะไรเข้าสิงมันหรือไม่…ไฉนคราวนี้ถึงพูดง่ายนัก?
“นอกจากนั้น…”
อย่างไรก็ตามต่งหลินยังพูดไม่จบ
และมันยังหันไปมองต้วนหลิงเทียนพร้อมโค้งหัวขอขมา ต่อหน้าต่อตาทุกผู้คนในวังชินหั่ว “ต้วนหลิงเทียนข้ามิทราบจริงๆว่าพรสวรรค์รากวิญญาณของเจ้าที่แท้เป็นรากวิญญาณสีน้ำเงิน นอกจากเจ้าจะไม่ถูกจำกัดสิทธิ์เรื่องเข้าทำงานของหอคุมกฏอีกต่อไป…”
“ข้าที่ได้รับทราบแล้วว่าพรสวรรค์รากวิญญาณของเจ้าเป็นรากวิญญาณสีน้ำเงิน ยังต้องขอขมาเจ้าจากใจจริง! ขอเจ้าอภัยให้ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของข้าด้วย!!”