ทีท่าของต่งหลินนั้นช่างถือดีและวางตัวสูงส่งนัก
ทำราวกับต้วนหลิงเทียนเป็นแค่มดปลวกที่มันจะเหยียบย่ำให้บี้แบนเมื่อไหร่ก็ได้
“เจ้ากำลังใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือไม่…ใจเจ้าสมควรรู้ดีกว่าใครไม่ใช่รึไง?”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวเย้ยออกไปอย่างรังเกียจ
“ทำไม? ถึงตอนนี้เจ้ายังไม่ยินยอมพร้อมใจงั้นรึ?”
ใบหน้าต่งหลินเผยความขบขันไม่น้อย กล่าวคำเย้ยเยาะออกมาด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน “สิ่งที่ข้ากล่าวมีอันใดตรงไหนที่ยังมิชัดเจนบ้างเล่า? สุดท้ายเจ้ามันก็แค่ศิษย์ที่มีพรสวรรค์รากวิญญาณสีเหลือง! หากศิษย์ดาษๆเช่นเจ้าเข้ามาทำงานในหอคุมกฏได้ ไม่เพียงแต่หอคุมกฏเราต้องอับอายขายหน้า กระทั่งลัทธิบูชาไฟยังต้องอับอายขายหน้าแล้ว!!”
“หรือเจ้าอยากยัดเยียดความอัปยศให้ลัทธิบูชาไฟต้องขายขี้หน้าประชาชีเพราะความเห็นแก่ตัวของเจ้า?”
วาจาประโยคสุดท้ายของต่งหลิน ยังผลักไสให้ต้วนหลิงเทียนไร้ทางไป เพราะถ้าหากเขายืนกรานไปต่อย่อมหมายความว่าเขาเต็มใจให้ลัทธิบูชาไฟเสื่อมเสียเพราะความเห็นแก่ตัว!
“เจ้าพล่ามจบรึยัง?”
หากแต่ไม่ว่าต่งหลินจะกล่าววาจาอะไรออกมา สีหน้าของต้วนหลิงเทียนยังคงความสงบไม่แปรเปลี่ยน คล้ายวาจาต่งหลินไม่อาจสร้างแรงกระเพื่อมใดๆให้อารมณ์เขาได้เลย
“อะไร? ข้าพล่ามจบแล้วจะทำไม? หรือเจ้ายังคิดจะแถว่าพลังฝีมือของเจ้าสูงส่งเหนือศิษย์ที่แท้จริงส่วนใหญ่อยู่อีก?”