แค่หน้าเจ้ามันขัดลูกนัยน์ตาข้า!
คำตอบด้วยน้ำเสียงไร้แยแสนี้ของต้วนหลิงเทียน ทำให้สรรพเสียงในวังชินหั่วสาบสูญไปอีกครั้ง
กระทั่งบรรดาอาวุโสเพลิงทองแดงที่ทำหน้าที่รับเรื่องที่โต๊ะรับรองของวังชินหั่วยังอดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้าง ต่างมองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาอึ้งทึ่ง
ต้วนหลิงเทียนผู้นี้จะไม่ดุร้ายไปหน่อยหรือ!
หาญกล้าตบหน้าเวินเยี่ยน อันดับ 9 ในทำเนียบยอดฝีมือ…หลังจากนั้นยังกล้าตอบคำถามนางไปด้วยวาจาน้ำเสียงเช่นนั้น!
นี่ยังไม่ใช่ตั้งใจหาเรื่องผู้คนเรอะ!
“ไม่! ต้วนหลิงเทียนไม่มีทางหาเรื่องเวินเยี่ยนด้วยเหตุผลเท่านี้แน่…ทั้งคู่สมควรเคยมีเรื่องบาดหมางใดกันมาก่อนไม่ผิดแน่ หาไม่แล้วไฉนพอเห็นเวินเยี่ยนถึงได้ลงมือแบบนั้น…ขัดลูกนัยน์ตาหรือ ไม่มีทาง!”
แน่นอนว่ายังมีศิษย์ชั้นยอดและอาวุโสเพลิงทองหลายคนที่คล้ายเห็นว่าเรื่องนี้สมควรมีลับลมคมใน
พวกมันย่อมไม่เชื่อข้ออ้างดังกล่าวของต้วนหลิงเทียน
ไม่เพียงแต่พวกมันไม่เชื่อเหตุผลในการทุบตีคนของต้วนหลิงเทียน กระทั่งเวินเยี่ยนเองก็ไม่เชื่อในคำกล่าวของต้วนหลิงเทียนด้วยเช่นกัน!
“บัดซบ! ที่แท้เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่ ข้าเจ้ามิเคยพบหน้ากันมาก่อน พวกเราต่างไร้เรื่องราวบาดหมางใดๆ…ไฉนเจ้าต้องมาจงใจทำข้าให้ได้รับความอับอายขายหน้าเช่นนี้!?”
หน้าเวินเยี่ยนยิ่งมายิ่งอัปลักษณ์ปั้นยากนัก น้ำเสียงก็ยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ โทสะของนางดั่งภูเขาไฟที่คุกรุ่นเจียนปะทุออกเต็มที