แต่พลังโจมตีนั้นไม่เพียงพอ
เทียบกับเยี่ยอู๋ฉิงแล้วยังต่างชั้นนัก
“การประลองอัจฉริยะคู่สุดท้าย เริ่มได้!”
สิ้นเสียงหมิงเฉิน เสียงตะโกนก็ดังก้องในหมู่ผู้ชมอีกครั้ง
“เยี่ยอู๋ฉิง! สู้เขา!”
“ข้าทุ่มหมดหน้าตักเดิมพันข้างเจ้า! เจ้าต้องชนะให้ได้นะ!”
“เยี่ยอู๋ฉิงดูดีกว่าเจียงผิงอัน เขาต้องชนะได้แน่!”
การต่อสู้เปิดฉากขึ้น
เยี่ยอู๋ฉิงหามากความไม่ ไร ้การทักทายใด ๆ หนึ่งกระบี่ก็เรือง ประกายเย็นวาบ จู่โจมใส่เจียงผิงอันอย่างรวดเร็ว
เพียงพริบตา มันก็ประชิดใกล้ตัวแล้ว
เจียงผิงอันยกมือขึ้น ขณะที่ทุกคนคิดว่าเขาจะใช ้หมัดอู๋จี๋นั้นเอง เขาก็คว้าใบกระบี่เอาไว้
ทุกคนล้วนผงะเล็กน้อย
เจ้านี่ไม่อยากมีมือแล้วหรือ?
กล้าไปคว้ากระบี่เยี่ยอู๋ฉิงเช่นนี้
ไม่สิ!
มือเขาหามีโลหิตหลั่งไม่!
มือขวาของเจียงผิงอันออกแรง
แกรก…
กระบี่ขั้นปลายขอบเขตสร ้างรากฐานแหลกสลายไปทันที เศษ โลหะปลิวกระจายทั่วทิศ
เสียงโห่ร ้องของเหล่าผู้ชมเงียบลงกะทันหัน
ปรากฏว่าเจียงผิงอันป่นกระบี่ได้ด้วยมือเปล่า!
ในขอบเขตการฝึกฝน สิ่งที่ตัดสินระดับศาสตราได้ก็คือจานวน อักขระและส่วนประกอบ
ยิ่งวัตถุดิบชั้นดี มีอักขระมากมาย ยิ่งระดับสูง
จากการจัดระดับเช่นนี้ คุณภาพของอาวุธจึงมีหลายระดับ
กระบี่ที่เยี่ยอู๋ฉิงใช ้ถือเป็ นจุดสูงสุดของขอบเขตสร ้างรากฐาน แล้ว ต่อให้เป็ นผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐานคนใดก็มิกล้าเอาร่างมา รับกระบี่
ในหมู่คู่ต่อสู้มากมายของเยี่ยอู๋ฉ