วันถัดมา อวิ๋นหวงประชันเยี่ยอู๋ฉิง
อัจฉริยะทั้งสองแลกเปลี่ยนกระบวนท่ากันอย่างดุเดือด เหล่าผู้ชม กระชุ่มกระชวยเซ็งแซ่
“นี่สิถึงเรียกประชัน เมื่อวานมันบ้าอะไร!”
“เมื่อวานผู้ใดชนะ?”
“ไอ้เวรเจียงผิงอันนั่น ได้ยินว่าเมื่อวานดวลกันจนเที่ยงคืน”
“เวร! ดีนะข้าออกไปก่อน”
ขณะชมการต่อสู้ เหล่าผู้ชมก็ก่นด่าเจียงผิงอันและหวังหลานไป พลาง ไม่ชอบใจกับการต่อสู้เมื่อวานยิ่ง
ในห้องส่วนตัว จินหลินกล่าวกับเซี่ยชิงว่า “องค์หญิง หากข้า ต้องเผชิญสหายเจียง ขออนุญาตข้ายอมแพ้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ ข้าไม่อยาก โดนโห่ไล่”
เขายอมพ่ายดีกว่าสู้กันทั้งวันคืน
ทรมานกันจนตายไปข้างแท้ ๆ
เซี่ยชิงหันไปถลึงตาใส่เจียงผิงอัน “ความเร็วเจ้าสูงยิ่ง จบศึกเร็ว ๆ ก็ทาได้ เหตุใดต้องทาให้ยืดเยื้อ?”
ไอ้หนูนี่เรียนอัสนีพริบตา แต่เมื่อวานกลับไม่ใช ้มัน
“ข้าขาดทักษะต่อสู้และต้องขัดเกลา ไม่อยากให้มีจุดบอดใดๆ ขอรับ” เจียงผิงอันตอบ
สายตาของเซี่ยชิงอ่อนลง เด็กหนุ่มผู้นี้เป็ นเหมือนชิ้นหยกอัน พยายามขัดเกลาตนเอง ไร ้ผลกระทบจากคาชมคาด่าจากผู้อื่น
เจียงผิงอันถามขึ้น “ทุกท่าน การฝึกฝนของข้ายังมีจุดอ่อนใด อีกหรือไม่?”
การพินิจจุดอ่อนของตนเพื่อแก้ไขนั้นยากเสมอ
“ไม่มี เจ้าท่อนไม้สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว”
คู่เนตรของเมิ่งจิงเรืองประกายพราวระยับ กอดแขนเจียงผิงอันไว้ แน่น โหนได้คงโหนเกาะแล้ว
ฟางซิงพลันเอ่ยปาก “จากการผ่านด่านคว้าวิถีถามฤทัย ยังมี เรื่องพลังวิญญาณไม่