“ว่าไปแล้ว เจ้านับเจียงผิงอันเป็ นน้องชายจริง ๆ หรือ?”
ฮัวชิงอวี่นั่งลงข้าง ๆ เซี่ยชิง คู่เนตรสีน้าเงินทอประกายทรงเสน่ห์ ริมฝีปากแดงยกยิ้ม
เซี่ยชิงได้ยินน้าเสียงคลุมเครือของอีกฝ่ายก็ตอบอย่างขุ่นเคือง
“อย่าไปฟังเสียงลือข้างนอกนั่น ข้าบอกให้นะ ข้าคิดเป็ น จักรพรรดินี ชาตินี้ไร ้ชายใดเคียงข้าง”
“ไม่เห็นยากตรงไหนเลย แค่ไม่เป็ นทางการก็จบแล้วนี่” ฮัวชิงอวี่ ยิ้มบาง
“ไสหัวไป!” เซี่ยชิงระเบิดคาหยาบ
เด็กหนุ่มสาวในห้องส่วนตัวได้ยินบทสนทนาระหว่างหญิงสาวทั้ง สองก็หน้าแดงก่า แสร ้งทาเป็ นไม่ได้ยิน เสตาไปสนใจลานประลอง
การต่อสู้ของเจียงผิงอันยากเย็น
เยี่ยอู๋ฉิงกับเจียงผิงอันนั้นเหมือนหนึ่งหอกหนึ่งโล่ แต่หอกนั้นคม กว่า
ยากยิ่งหากโล่จะขวางได้
เมิ่งจิงกลั้นใจอย่างเป็ นกังวล หมัดน้อยกาแน่น ร ้อนใจอย่างยิ่ง
นางเคยประมือเยี่ยอู๋ฉิงมาก่อน และทราบความน่าสะพรึงของอีก ฝ่ายดี
เหมือนสัตว์ร ้ายไร ้อารมณ์ที่คิดเพียงแต่ชัยชนะ
เจียงผิงอันยืนบนลานประลองด้วยสีหน้าเรียบเฉย หาสะทก สะท้านกับค าก่นด่าของเหล่าผู้ชมไม่
ใบหน้างดงามของเยี่ยอู๋ฉิงเฉยชา สายตาหามีประกายอารมณ์ ใดไม่ ประหนึ่งมองมายังคนตายผู้หนึ่ง
เจ้าแคว้นหมิงเฉินยืนบนอากาศ เขามากากับศึกคู่สุดท้ายนี้ด้วย ตนเอง
เขาประเมินเยี่ยอู๋ฉิงไว้สูงยิ่ง เมื่อมีคนผู้นี้ ศึกที่เกาะเทวะก็มี โอกาสชนะสูงนัก
ส่วนเจียงผิงอันนั้น พลังป้ องกันไร ้เทียมทาน นับว่ายอดเยี่ยม เช่นกัน