หากหลิวอวิ๋นกำลังปิดด่านบ่มเพาะอยู่ ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังไม่เบาของเขา กว่ามันจะแทรกผ่านตัวคฤหาสน์เข้าไปถึงด้านใน มันก็ถูกลดทอนลงจนแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ หลิวอวิ๋นที่เข้าฌาณอยู่ย่อมไม่มีทางได้ยิน!
แต่ถ้าหลิวอวิ๋นไม่ได้ปิดด่านบ่มเพาะพลังอยู่ ย่อมต้องได้ยินเสียงของเขาทันที
วูบ!!
และแทบจะพร้อมกันกับที่คำพูดของต้วนหลิงเทียนดังเข้าไปถึงด้านในตำหนัก ก็ปรากฏร่างหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นมาบนทองฟ้าเหนือตำหนัก คนคล้ายสายลมกรรโชกหอบหนึ่ง พริบตาก็บรรลุถึงเบื้องหน้าต้วนหลิงเทียน
“ศิษย์น้องหลิงเทียน!”
ผู้มาย่อมไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นหลิวอวิ๋นเอง หลังจากทักทายต้วนหลิงเทียนด้วยรอยยิ้ม มันก็ผายมือเชิญต้วนหลิงเทียนลงไปด้านล่างทันที
สถานที่พักอาศัยของศิษย์ที่แท้จริงไม่เพียงแต่ภายนอกเท่านั้น กระทั่งภายในยังเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน สภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะก็เท่าเทียมกัน
และคราวนี้เป็นฝ่ายหลิวอวิ๋นเชื้อเชิญให้ต้วนหลิงเทียนมานั่งยังเก๋งในลานด้านหน้าคฤหาสน์ของมันแทน
“ศิษย์น้องหลิงเทียนเจ้ามาหาข้าแบบนี้ หรือมีเรื่องสำคัญกัน?”
หลังจากที่นังลงเรียบร้อย หลิวอวิ๋นในฐานะเจ้าบ้านก็สะบัดมือเรียกเหยือสุราสีเขียวหยกพร้อมจอกหยกออกมา 2 ชุดก่อนที่จะกล่าวถามออกมาขณะรินสุราให้ต้วนหลิงเทียน
“ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรหรอกศิษย์พี่หลิวอวิ๋น…แค่มีบางเรื่องที่ข้าอยากรู้เท่านั้น”