เหล่าศิษย์ชั้นยอดหลายคนอดไม่ได้ที่จะตื่นตระหนกเสียขวัญ
“หากเป็นแบบนั้นหมายความว่าภายในวิหารเป็นตาย ผู้ที่พอจะมองเห็นกระบี่ของต้วนหลิงเทียนได้ ก็มีเพียงท่านผู้อาวุโสทั้ง 4 กับศิษย์พี่หลิวอวิ๋นเท่านั้นสิ?”
พอวาจาประโยคนี้ดังขึ้น เหล่าศิษย์ชั้นยอดหันไปจับจ้องคนทั้ง 4 ทันที
“สีหน้าท่าทางของท่านผู้อาวุโสเนี่ยสุ้ยกับอาวุโสเพลิงทองแดงทั้ง 3 รวมถึงศิษย์พี่หลิวอวิ๋นดูเหมือนจะไม่สู้ดี…”
“ข้าเห็นแต่แรกแล้วล่ะ…ทุกคนชักสีหน้าเช่นนั้นแต่แรก”
“ยะ…อย่าบอกนะ ว่ากระทั่งเหล่าอาวุโสกับศิษย์พี่…ก็มองไม่เห็นกระบี่ของต้วนหลิงเทียน?”
“บ้าน่า! เรื่องแบบนั้นมันจะเป็นไปได้ยังไง!?”
…
และในขณะที่เหล่าศิษย์ชั้นยอดคุยกันถึงเรื่องนี้หนาหู
หนึ่งในผู้อาวุโสเพลิงทองแดงของวิหารเป็นตาย พลันก้าวออกมากล่าวออกเสียงดัง “เพลงกระบี่ที่ต้วนหลิงเทียนใช้ออก แรกๆข้ายังพอเห็นได้ถึงเงากระบี่ แต่กระบี่ที่ส่งเสียงหอนราวหงส์ฟ้าทะยานนั่น…แม้จะละอายใจอยู่บ้างแต่ข้าขอกล่าวบอกตามความสัตย์จริงไว้ตรงนี้เลยว่า…ข้ามิอาจแลเห็นแม้แต่เงา!!”
“ข้าก็เช่นกัน!”
“ข้าเองก็ไม่ต่าง”
อาวุโสเพลิงทองแดงอีก 2 คนพยักหน้าเห็นชอบกับคำของอาวุโสเพลิงทองแดงคนแรก
“ข้าด้วย…ไม่เห็นแม้แต่เงา”
ขณะเดียวกันด้านหลิวอวิ๋นพอถูกเหล่าศิษย์หันมาจ้องมากเข้า ก็จำต้องกล่าวตอบออกมาเช่นกัน