ตอนนี้เอง เสียงหัวเราะหนึ่งพลันดังขึ้นมาก้องวิหารเป็นตาย
เป็นหยางเหวินที่อยู่บนสังเวียนเป็นตายมองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาดูแคลนกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “ต้วนหลิงเทียนฟังจากที่เจ้าพูด…หมายความว่าธนูบุโรทั่งนี่เป็นของมีค่าที่สุดในมือเจ้า? อย่างอาวุโสเนี่ยสุ่ยมีหรือจะชายตาแลมองธนูห่วยๆนี่ของเจ้า!!”
ตอนนี้เหล่าศิษย์ชั้นยอดรอบๆก็มองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาสมเพชเช่นกัน
“ต้วนหลิงเทียนผู้นี้อยากได้คะแนนสะสมไม่ว่า แต่มันกลับเอาของพรรค์นี้ออกมาจริง? คิดจำนำเกาทัณฑ์โง่ๆนั่นกับอาวุโสเนี่ยสุ้ยเพื่อคะแนนสะสม…สมองมันยังดีอยู่หรือไม่?”
“เกาทัณฑ์ร้ายๆนั่นอย่าว่าแต่จำนำเลย กระทั่งให้ข้าเปล่าๆข้ายังต้องคิดแล้วคิดอีก…”
“ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้านัก! กลับหยิบเอาเกาทัณฑ์บุโรทั่งนั่นมาจำนำกับอาวุโสเนี่ยสุ้ย!”
…
เหล่าศิษย์ชั้นยอดกล่าวปรามาสต้วนหลิงเทียนออกมาไม่ขาดปาก สายตาที่ใช้มองต้วนหลิงเทียนตอนนี้ยังเต็มไปด้วยความสมเพช ปานมองคนคิดจับหมาป่ามือเปล่า
ยิ่งไปกว่านั้นกล้าจำนำของพรรค์นั้นกับใครไม่กล้า! ดัไปจำนำกับอาวุโสเนี่ยสุ้ย!!
หรือคิดว่าอาวุโสเนี่ยสุ้ยดวงตามืดบอดแล้วจริงๆ?
ตอนนี้กระทั่งหลิวอวิ๋น หลิวมู่ ซุนเต่อ และกวนซิ่ว ก็อดไม่ได้ที่จะหน้านิ่วคิ้วขมวด
พวกมันเองก็ไม่เห็นเลยว่าเกาทัณฑ์คันนี้จะมีอะไรพิเศษ!