งยังมีบันไดอยู่ด้านนอกนั่น ไม่มีใครคุมขังเขาได้ แต่ถ้าพาเขาออกจากห้องใต้ดินนี้ไปแล้ว หลังจากนั้นล่ะ?”
“ภาวะขาดสารอาหารต้องใช้้เวลาปรับสภาพในระยะยาว และขาที่พิการก็ต้องได้รับการการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม แล้วพวกคุณคิดว่าเขาควานหาขยะกินเองได้ไหม พวกคุณไม่คิดว่าแมวจะนำขยะพวกนี้กลับมาบ้างเหรอ?”
“ใครจะมารับผิดชอบอีกชีวิตหนึ่งได้เต็มที่ พวกคุณเคยคิดบ้างไหมว่าบางทีความเมตตากับการกระทำที่ประมาท จะยิ่งทำให้ชีวิตเขาเลวร้ายลง”
สิ่งที่เฝ่ยไป๋ลู่พูดฟังดูมีเหตุผล แต่ก็ทำให้เสี่ยวเถาเถาเงียบ และรู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน
[พูดกันตามตรงนี่ก็ไม่ใช่ปัญหาของคุณใช่ไหมล่ะ? คุณมีเงินขนาดนั้น แค่ดูดวงครั้งหนึ่งก็…]
[หลักการของคุณก็คือการมีน้ำใจต่อผู้อื่น แต่คำพูดลอย ๆ แบบนั้น ใครก็พูดได้ไม่ใช่เหรอ?]
“ผมไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคุณ” เด็กหนุ่มผู้มีสีหน้าเย็นชาเอ่ยด้วยเสียงแหบแห้ง เขาก้มศีรษะลง และคุ้ยถุงขยะต่อไป
เนื้อติดมันครึ่งกล่อง แตงกวาสองชิ้น ลิ้นจี่ และไก่ทอด…
แล้วเนื้อบางส่วนกับกระดูกก็ถูกโยนให้แมวทั้งสองตัว
มิน่าล่ะ ว่าทำไมพวกมันถึงได้อ้วนขนาดนี้
[ขยะพวกนี้มาจากบ้านคนรวยหรือเปล่า? เขากินดีกว่าฉันอีก]
[ศักดิ์ศรีอยู่ที่ไหนล่ะเนี่ย? จุดยืนของเราอยู่ตรงไหน?]
จู่ ๆก็มีเสียงดังขึ้นมาเหนือศีรษะ เป็นเสียงแหลมเล็กของผู้หญิงคนหนึ่งกล่าวว่า “อันจวิน แกมันสารเลวสมควรตาย! นี่มันกี่โมงแล้วยังลุกไม่ได้อีก? รีบไปซื้อของ