ในฐานะพี่ชาย มันย่อมไม่อยากเดินซ้ำรอยเดิมของน้องชาย
‘ต้วนหลิงเทียนคนนี้มันคิดล้มเลิกเรื่องราวหลังข้าลงนามประลองเป็นตายอย่างที่พูดกันหรือไม่?’
ใจของหยางเหวินอดไม่ได้ที่จะจมลง
อย่างไรก็ตามเมื่อมีเหล่าศิษย์ชั้นยอดนับพันๆติดตามมาชมดูเรื่องรางแบบนี้ หยางเหวินก็รู้ดีว่ามันไม่อาจถอยได้แล้ว
ดั่งคำที่ว่า
ศรเมื่อน้าวไปสุดสายแล้ว ย่อมไม่อาจรั้งกลับ!
“วิหารเป็นตาย?”
ขณะเดียวกันด้านต้วนหลิงเทียนที่เหินร่างลงจอดตามหยางเหวิน ก็มองไปยังวิหารใหญ่โตเบื้องหน้าด้วยความสนใจ เหนือทางเข้าวิหารปรากฏป้ายสลักคำ ‘วิหารเป็นตาย’ เอาไว้ แลดูน่าเกรงขามนัก!
“อ่าว…ไฉนศิษย์พี่หยางเหวินหยุดหน้าวิหารเสียเล่า>”
“ไฉนไม่เข้าไปเล่า…คนก็มาถึงกันหมดแล้วมิใช่หรือไร ยังรออะไร?”
“ศิษย์พี่หยางเหวินคงไม่ได้เกิดกลัวขึ้นมาหรอกนะ? ให้ตายเถอะ เป็นถึงศิษย์ที่แท้จริงถ้าเกิดกลัวศิษย์ชั้นยอดที่แสร้งขู่ขึ้นมานี่ได้ขำกันทั้งลัทธิ!!”
…………
ด้วยเพราะหยางเหวินหยุดเท้าอยู่เบื้องหน้าทางเข้าวิหารเป็นตาย กระทั่งยังยิ่งไปอยู่นาน เหล่าศิษย์ชั้นยอดที่ใจร้อนอยากชมดูเรื่องราวสนุกสนานจึงอดไม่ได้ที่จะโวยวายออกมา ยังเริ่มกล่าวเสียดสีเร่งเร้ากันไม่น้อย
“เพ้ย! ถ้าปอดแหกมิกล้าเข้าก็บากหน้ากลับไปพร้อมความอัปยศได้แล้ว ศิษย์ที่แท้จริงบัดซบอันใดใจเท่าลูกสุนัข”