ครู่หนึ่งใจของมันที่คล้ายพึ่งหวนคืนสู่ความเข้มแข็งก็กลายเป็นสั่นไหวขึ้นมาอีกครั้ง หน้ายังเปลี่ยนสีไปทันที
“อะไร? ไม่ใช่เมื่อครู่เจ้าพึ่งรับคำท้าอย่างห้าวหาญรึไง ไหงตอนนี้กลับหน้าหงอไปอีกแล้วล่ะ?”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวเย้ยออกมาทันที เมื่อเห็นว่าหน้าหยางเหวินเปลี่ยนสีอีกแล้ว
ทันทีที่วาจานี้ของต้วนหลิงเทียนดังจบคำ โทสะหยางเหวินก็ปะทุระเบิดออกมาดั่งเพลิงไฟ คนคำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราด “ต้วนหลิงเทียน ข้าจะคอยดูว่าถึงตอนลงนามประลองเป็นตายเจ้ายังจะทำหน้าระรื่นเหมือนตอนนี้ได้อยู่ไหม!”
กล่าวจบก็ไม่รอให้ต้วนหลิงเทียนตอบสนองอะไร หยางเหวินเหินร่างทะยานออกไปทันที คนคล้ายอัสนีสายหนึ่งพุ่งวาบไปทางจัตุรัสกลาง “หากเจ้ายังหลงเหลือความกล้าก็ตามข้าไปยังวิหารเป็นตาย เพื่อลงนามในสัญญาประลองเป็นตายเสีย!”
“หากเจ้าไม่กล้า ข้าจะให้เจ้ารู้รสชาติของการอยู่ไม่สู้ตายว่ามันเป็นอย่างไร!!”
ขณะที่ร่างทะยานออกไป เสียงของหยางเหวินก็ดังลั่นก้องฟ้า น้ำเสียงยังเยียบเย็นชวนให้หนาวเหน็บนัก บรรยากาศโดยรอบคล้ายจะเย็นลงทันตา
อย่างไรก็ตามเมื่อทะยานร่างออกไปพักหนึ่ง หยางเหวินก็หยุดลงค่อยหันมามองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาดูแคลน ว่าต้วนหลิงเทียนจะกล้าเหาะตามมันไปยังวิหารเป็นตายหรือไม่…
วิหารเป็นตายนั้นก็ตั้งอยู่ใกล้ๆกับจัตุรัสกลางเกาะศักดิ์สิทธิ์
เกาะศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นคำย่อของ ‘เกาะหลักดินแดนศักดิ์สิทธิ์ลัทธิบูชาไฟ’