อย่างไรก็ตาม ต้วนหลิงเทียนไม่มีเรื่องสำคัญอะไรที่ต้องจัดการในแท่นบูชาเต่าทมิฬอีกแล้ว
ดังนั้นหลังออกจากเหมืองลำดับที่ 1 เขาก็ตั้งใจจะไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทันที
ไม่นานหลังเหินร่างใกล้พ้นเขตเหมืองลำดับที่ 1 ต้วนหลิงเทียนก็ถูกอาวุโสลาดตระเวนหยุดไว้ ตามที่อาวุโสเพลิงเงินฝ่ายนิรโทษกรรมบอกก่อนหน้า
และหลังจากสำแดงเวทย์พลังปราการเต่าทมิฬพร้อมแสดงเอกสารนิรโทษกรรมออกมา อาวุโสที่ทำหน้าที่ลาดตระเวนก็เป็นธุระจัดแจงพาต้วนหลิงเทียนไปส่งที่ฝ่ายทะเบียนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทันที
นี่เป็นครั้งแรกที่ต้วนหลิงเทียนเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เขาจึงสนใจที่ทางรอบๆไม่น้อย
สถานที่ๆเรียกว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของลัทธิบูชาไฟนั้นเป็นพื้นที่ทะเลทราย แม้จะมีภูเขาและทะเลสาบ หากแต่ไร้ซึ่งความเขียวขจีอันใด
ในดินแดนทะเลทรายที่มีแต่ขุนเขาและลำน้ำนี้ ทุกอย่างคล้ายจะทาทับไปด้วยสีแดง มองไกลๆแล้วประหนึ่งบุปผาก็ไม่ปาน
อย่างไรก็ตามนั่นไม่ใช่ดอกไม้อันใด
สำหรับมนุษย์แล้ว หากปราศจากสิ่งนี้คงยากที่จะอยู่รอดมาได้
ไฟ!
บุปผาสีแดงที่คล้ายผุดขึ้นในทะเลทรายแห่งนี้ ที่แท้ก็คือไฟ สิ่งที่มนุษย์บนโลกจำต้องพึ่งพาอาศัยในการดำรงชีวิต
โดยเฉพาะอย่างยิ่งไฟในทะเลทรายแห่งนี้ มันช่างลุกโชนโชติช่วงนัก! ยังแผ่กลิ่นอายลี้ลับน่าเกรงขามไม่น้อย!!
และในดินแดนทะเลทรายแห่งนี้ มองไปทางไหนก็จะพบแท่นบูชาตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก