ใจกลางแท่นบูชาจะมีกระถางซึ่งมีเพลิงไฟลุกโชนอยู่ตลอดเวลา ไฟที่ลุกโชนไม่หยุดย่อมแผ่กลิ่นอายร้อนลวกพาลให้ผู้คนโดยรอบจำต้องเหงื่อท่วมชโลมกาย แต่อย่างไรก็ตามผู้คนที่มาคารวะกราบไหว้อยู่รอบๆแท่นบูชากลับไม่มีทีท่าว่าจะมีปัญหาหรือหงุดหงิดอะไร
ที่สำคัญคนเหล่านี้ไม่เพียงหงุดหงิดหรือมีปัญหา กระทั่งยังเคารพกราบไหว้เตาไฟดังกล่าว
กล่าวให้ชัดพวกมันเคารพเพลิงไฟที่ลุกโชนโชติช่วงในอั้งโล่
และหากมองอย่างใกล้ชิด จะพบว่าในแววตาของพวกมันยังเผยความศรัทธาลึกล้ำ คล้ายสำนึกบุญคุณต่อเพลิงไฟและเคารพเลื่อมไสเพลิงไฟนี้ยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก!
และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
คนเหล่านี้คือชนพื้นเมืองของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของลัทธิบูชาไฟ ทั้งหมดเป็นเพียงมนุษย์ปุถุชนที่อาศัยในสถานที่แห่งนี้ และใช้ชีวิตอยู่ในดินแดนลี้ลับ ไม่คิดย่างกรายออกไปที่ใด
พวกมันเชื่อในเปลวไฟ ศรัทธาในเปลวไฟ เคร่งครัดในเปลวไฟเหนือใดอื่น
เพราะในสายตาของพวกมันเปลวไฟคือทุกสิ่ง หากไร้ซึ่งเปลวไฟแล้ว…โลกนี้ก็มิอาจดำรงอยู่ได้!
‘ดูเหมือนลัทธิบูชาไฟ…จะมีต้นกำเนิดมาจากคนพวกนี้สินะ’
มองไปยังเหล่าผู้คนที่กำลังกราบไหว้บูชาเปลวไฟ ต้วนหลิงเทียนก็ลอบครุ่นคิดในใจ
อาวุโสที่ทำหน้าที่ลาดตระเวนก็ยังคงเหินร่างนำต้วนหลิงเทียนมุ่งหน้าเข้าสู่ดินแดนร้อนระอุไม่หยุด มองไปไกลๆต้วนหลิงเทียนก็แลเห็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับมากมาย ซึ่งเป็นอะไรที่ทำให้ต้วนหลิงเทียนสนใจไม่น้อย