นั่นเพราะยอดปล่องภูเขาไฟ ไอร้อนยังพวยพุ่งออกมาไม่หยุด บ้างก็พ่นหินหลอมเหลวซึ่งเป็นพลังอำนาจแห่งธรรมชาติอันน่าพรั่นพรึงออกมาย้อมฟ้า ทาทับสภาพแวดล้อมโดยรอบให้กลายเป็นสีแดง
“ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของลัทธิบูชาไฟเรา ประหนึ่งแดนไร้ราตรี…แถวนี้มักสว่างไสวไปด้วยเปลวไฟอยู่เสมอ กระทั่งคืนนี้ก็ครบรอบที่ภูเขาไฟลูกใหญ่นั้นจักระเบิดออกพอดี เมื่อภูเขาไฟลูกนั้นปะทุแผ่นฟ้าที่มืดมิดจักกลายเป็นแดงสว่างไสว”
ผู้อาวุโสลาดตระเวน ชี้ไปยังภูเขาไฟลูกหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลให้ต้วนหลิงเทียนดู
“ภูเขาไฟ…”
ไม่นานต้วนหลิงเทียนก็ได้แลเห็นภูเขาไฟลูกใหญ่
ภูเขาไฟลูกใหญ่นี้ มีภูเขาไฟที่ยังไม่ดับและปากปล่องคุกรุ่นไปด้วยไอร้อนควันไฟอยู่ตลอดเวลาล้อมรอบมากมาย มองไปคล้ายดั่งมันเป็นจักรพรรดิก็ไม่ปาน
แต่เนื่องจากว่าตัวมันเองไม่ได้เผยไอร้อนควันไฟอะไรออกมา ทำให้คล้ายมันกำลังหลับไหลอยู่
“ภูเขาไฟลูกนั้นยังคงคุกรุ่นมิได้ดับแต่อย่างไร ทว่าความถี่ในการปะทุออกของมันนั้นแตกต่างจากภูเขาไฟลูกอื่นๆ มันจะปะทุออกราวๆเดือนละครั้งเท่านั้น”
คล้ายแลเห็นความสงสัยของต้วนหลิงเทียน อาวุโสลาดตระเวนจึงกล่าวอธิบายให้เขาฟังทันที