ต้วนหลิงเทียนเชื่อใจกัวฉงในระดับหนึ่ง
อย่างน้อยๆอีกฝ่ายก็ไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งอะไรกับเขา นอกจากนี้เห็นชัดว่ากัวฉงก็ไม่ถูกกับหลี่อัน เพราะฉะนั้นก็เป็นไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะทรยศเขาในเรื่องนี้
“เรื่องนี้ข้ารบกวนอาวุโสกัวฉงแล้ว…หากท่านช่วยเหลือข้าเรื่องนี้จนทุกอย่างลุล่วงไปด้วยดี รวมกับหนี้บุญคุณก่อนหน้า ข้านับว่าติดค้างหนี้บุญคุณท่านครั้งใหญ่แล้วจริงๆ!”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวกับกัวฉงด้วยน้ำเสียงจริงจัง
คำว่า ‘หนี้บุญคุณครั้งใหญ่’ เขายังกัดฟันกล่าวออกมาอย่างยากลำบาก
กระทั่งกัวฉงเองก็ไม่ทราบว่าทำไม แต่ยามที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวว่า หนี้บุญคุณครั้งใหญ่ มันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น
อาจเป็นเพราะเห็นอนาคตอันไร้จำกัดของต้วนหลิงเทียน เช่นนั้นการที่ต้วนหลิงเทียนบอกติดหนี้บุญคุณครั้งใหญ่ ทำให้มันตระหนักได้ว่าคำนี้จะมีความหมายมหาศาลเพียงไรในภายภาคหน้า
“เรื่องนี้สำหรับข้านับว่าง่ายดายไม่ต่างจากพลิกฝ่ามือ…ข้าจะพาคนไปส่งให้เจ้าทันที!”
เมื่อรับคำเป็นมั่นเหมาะ กัวฉงก็รับหยกบันทึกเสียงมาจากต้วนหลิงเทียน และเร่งเดินทางออกจากเขตลงทัณฑ์ของเหมืองลำดับที่ 1 เพื่อมุ่งหน้าไปยังแท่นบูชาพยัคฆ์ขาวทันที ไปหาจูลู่ฉี…
ต้วนหลิงเทียนเฝ้ามองกัวฉงเหินร่างจากไป จนกระทั่งเมื่อแผ่นหลังของกัวฉงหายลับไปจากสายตาแล้ว เขาพอได้ระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก