ขนาดนี้แล้ว หงชวียังคิดส่งเสียงมาพูดอะไร?
หรือคิดขอความเมตตาจากเขา?
“ต้วนหลิงเทียนข้ารู้ดีว่าตอนนี้เจ้าคงอดทนรอฆ่าข้าไม่ไหวแล้ว…แต่นั่นก็สมควร เพราะอย่างไรเหตุผลที่ข้ามาวันนี้ก็คือฆ่าเจ้า…”
เสียงของหงชวียังคงดังสืบต่อ “ตอนนี้ที่ข้าส่งเสียงถึงเจ้ามิใช่เพื่อใดอื่นหากแต่เพื่อครอบครัวของข้า…ข้ารู้ว่าตอนนี้ต่อให้ยังเหลือผลของโอสถต้องห้ามแต่ข้าก็ไม่ใช่คู่มือเจ้าในร่างนักรบมังกร! ยิ่งไปกว่านั้นฤทธิ์ของโอสถต้องห้ามที่ข้ากินไปอย่าง ‘โอสถกุ่ยจิน’ ก็เริ่มเสื่อมลงแล้ว เช่นนั้นข้าคงไม่มีปัญญาฆ่าเจ้าได้อีกต่อไป…”
ได้ยินคำของหงชวี คิ้วที่ขมวดของต้วนหลิงเทียนค่อยคลายลงเล็กน้อย
หงชวีคนนี้อย่างน้อยก็ยังรู้สภาพตัวเอง!
“โอสถกุ่ยจินที่ข้าใช้ แม้จะมองทั่วภูมิภาคเบื้องบนของดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋าก็ยังถือเป็นโอสถต้องห้ามลือชื่อ…หากแต่โอสถกุ่ยจินที่ข้ารับประทานป็นเพียงโอสถกุ่ยจินคุณภาพต่ำเท่านั้น…”
“หากเป็นโอสถกุ่ยจินคุณภาพสูง มันแม้กระทั่งยกระดับพลังของตัวตนขอบเขตเซียนสวรรค์ให้เพิ่มพูนขึ้นเป็นระยะเวลาสั้นๆได้…ซึ่งโอสถกุ่ยจินระดับนั้นนับเป็นอะไรที่มีราคาค่างวดมหาศาลนัก และมีเพียงปรมาจารย์เซียนหลอมโอสถระดับกึ่งสวรรค์เท่านั้น ที่จะหลอมปรุงมันออกมาได้”
หงชวีกล่าวสืบต่อ
หากกล่าวว่าก่อนหน้าต้วนหลิงเทียนไม่ทราบเรื่องของโอสถกุ่ยจินเลยล่ะก็