หลังจากที่หลี่อันมาหยุดร่างลงเหนือตำหนักเอกอุหลังหนึ่ง มันก็แผ่สำนึกเทวะเข้าไปตรวจสอบตำหนักด้านล่าง ก่อนที่จะส่งเสียงผ่านสำนึกเทวะไปเรียกหาศิษย์ที่บ่มเพาะพลังอยู่ด้านในทันที
“ใครกัน!?”
ศิษย์แท่นบูชาเต่าทมิฬที่แต่เดิมกำลังตั้งใจบ่มเพาะพลังอยู่นั้น พอถูกเสียงผ่านสำนึกเทวะเรียกหาโดยตรงเช่นนี้ แน่นอนว่าย่อมถูกปลุกให้ตื่นจากภวังค์บ่มเพาะอย่างไม่เต็มใจ สีหน้าของมันเปลี่ยนไปอย่างมาก แววตาของมันเต็มไปด้วยโทสะ และไม่คิดจะอภัยให้คนที่กล้าขัดขวางการบ่มเพาะมันโดยง่าย ต้องมีตบสั่งสอนให้นอนเตียงสักหลายเดือน!
“เป็นข้าหลี่อัน”
เสียงผ่านสำนึกเทวะดังขึ้นอีกรอบ และทำให้หน้าของศิษย์ดังกล่าวเปลี่ยนไปอีกครั้งทันที
อย่างไรก็ตามตอนนี้ใบหน้าของมันหาได้ถมึงทึงปั้นยากเปี่ยมความไม่พอใจอีกต่อไป กลับกลายเป็นยิ้มออกมาอย่างฝืนๆ ซึ่งแลดูน่าเกลียดกว่าคนร่ำไห้เสียอีก!
ไม่เพียงเท่านั้น….
โทสะเดือดดาลเป็นฟืนไฟในแววตาของมันยามนี้ ดั่งกองเพลิงถูกน้ำราดรด…ดับสลายหายไปทันที
ครืด…..
ภายใต้สายตาของหลี่อันประตูตำหนักค่อยๆเปิดออก ศิษย์แท่นบูชาเต่าทมิฬค่อยๆก้าวเดินออกมา
มันประสานมือทักทายผู้ที่ลอยร่างอยู่เบื้องหน้าด้วยทีท่าเคารพ “อาวุโสหลี่อันท่านสบาย…มิทราบว่าลมอันใดหอบผู้อาวุโสมาถึงบ้านข้าได้หรือ?”